หากกล่าวว่าเจียงเหมิงและเฟยอวิ๋นเห็นถึงฝีมืออันแข็งแกร่งของเย่เทียนเฉินแล้วในใจรู้สึกสั่นสะท้าน เช่นนั้นหลิวอวี่ก็รู้สึกตื่นเต้น
ที่ตื่นเต้นนั้นเป็นเพราะเขามีความมั่นใจในฝีมือของตนเองมาก เขาที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นราชันนักรบคนที่สี่ของจีนได้เมื่อปีนั้น ย่อมไม่ได้รับชื่อเสียงมาเสียเปล่าแน่นอน
ในใจของหลิวอวี่ไม่พอใจเย่เทียนเฉิน กล่าวคือ ทนเห็นท่าทางอิสระเสรีของเย่เทียนเฉินไม่ได้
โดยเฉพาะเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้อาวุโสกว่าอย่างเขา เย่เทียนเฉินกลับเมินเฉย ทำให้หลิวอวี่รู้สึกว่าเขาช่างโอหังเสียเหลือเกิน จะต้องสั่งสอนให้รู้สำนึกเสียบ้าง
แน่นอนว่า เจียงเหมิงและเฟยอวิ๋นที่ได้ยินหลิวอวี่กล่าวว่าจะสั่งสอนเย่เทียนเฉินย่อมรู้สึกยินดีอยู่ในใจเป็นอย่างมาก
พวกเขาสองคนอยากจะลงมือแต่ติดที่ฐานะสมาชิกกองทัพเหยี่ยวของพวกเขา ทำให้ต้องสนใจเรื่องระเบียบวินัย ต่อให้อัดเย่เทียนเฉินจนแพ้ยับ ก็ต้องถูกเบื้องบนสอบสวนลงมา ย่อมไม่ดีเป็นแน่
ส่วนหลิวอวี่ ผู้อาวุโสที่ฝีมือแข็งแกร่งกว่าพวกเขาหลายขั้นคนนี้ หากลงมือย่อมสามารถอัดเย่เทียนเฉินให้เละเป็นสมองหมูได้อย่างแน่นอน
เย่เทียนเฉินขับรถลีมูซีนสีดำที่มีหลิ่วหรูเหมยและหย่งชุนไท่โดยสารอยู่ เหยียบคันเร่งสูงสุดไปตามการนำทางของจีพีเอส มุ่งไปยังคฤหาสน์ตระกูลหลิ่ว การขับรถของเขาพูดได้คำเดียวว่า หวาดเสียวแต่ปราศจากอันตราย
“นี่ นาย…นายขับให้มันช้าๆ หน่อยได้ไหม จะรีบไปเกิดใหม่หรือไ