ง?” หลิ่วหรูเหมยที่ทนความโคลงเคลงไม่ไหวตะโกนใส่เย่เทียนเฉิน
“ขับช้าลงหน่อยเถอะ คนแก่อย่างฉันทนกลิ้งไปกลิ้งมาไม่ไหวแล้ว” หย่งชุนไท่เองก็กล่าวอย่างอดไม่อยู่
“งั้นก็แย่หน่อยนะครับ พวกคุณขึ้นรถผม ก็ต้องฟังคำของผม รถที่ผมขับเมื่อก่อนคือบิ๊กไบค์…” เย่เทียนเฉินยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์เล็กน้อยทั้งยังขับพุ่งตรงไปข้างหน้าโดยไม่ลดความเร็วลงเลยสักนิด
ขับบิ๊กไบค์ คำพูดประโยคนี้เย่เทียนเฉินไม่ได้กล่าวมั่วๆ
ชาติก่อน เขามีมอเตอร์ไซด์ที่ทั้งเท่ทั้งยอดเยี่ยมอยู่คันหนึ่ง ด้านหน้าสุดประดับด้วยหัวมังหรอันใหญ่ที่ทำจากโลหะผสมไทเทเนี่ยม มีชื่อว่า “มอเตอร์ไซด์เศียรมังกร”
ทุกครั้งที่ออกปฏิบัติการ เย่เทียนเฉินล้วนแต่ขี่มอเตอร์ไซด์เศียรมังกรคันนี้ ทั้งยังสวมชุดหนังสีดำทั้งตัว ไม่ทราบว่าทำให้หญิงสาวหลงใหลไปมากน้อยแค่ไหน
ประมาณหนึ่งชั่วโมงต่อมา รถที่เย่เทียนเฉินขับก็จอดอยู่นอกประตูคฤหาสน์
หลิ่วหรูเหมยและหย่งชุนไท่ ทั้งสองต่างก็รู้สึกมึนหัวตาลายจนอยากอาเจียน
เย่เทียนเฉินทำตัวราวกับผีหิวตายที่ต้องการพุ่งใส่ขนมปังมาตลอดทาง ไม่มีการหยุดรถเลยสักวินาทีเดียว ฝ่าไฟแดงมานับไม่ถ้วย หลบเลี่ยงอันตรายจากการปะทะกับรถคันอื่นหลายครั้ง ในที่สุดก็ถึงเป้าหมาย
“ลงรถเถอะ ในที่สุดก็ถึงที่ๆ กินข้าวได้สักที” เย่เทียนเฉินหัวเราะฮี่ๆ พลางหันมากล่าวกับหลิ่วหรูเหมยและหย่งชุนไท่
“ไอ้คนชั่วร้ายคนนี้นี่ คุณหนูคนนี้ คุณหนูคนนี้ไม่จบกับนายแน่…” หลิ่