รือนพักเล็กๆ ในนั้นมีสวนดอกไม้เล็กๆ อยู่แห่งหนึ่ง จากนั้นจึงเป็นพื้นที่สำหรับจอดรถ
เมื่อหย่งชุนไท่ผลักประตูใหญ่เรือนกลางเข้าไป เย่เทียนเฉินเป็นคนแรกที่พุ่งเข้าไปอย่างตื่นเต้นจนหลิ่วหรูเหมยและหย่งชุนไท่ไร้ซึ่งคำพูดใดๆ
เนื่องจากภายในห้องโถง มีการจัดเตรียมอาหารไว้เต็มโต๊ะ นี่เป็นสิ่งที่หลิวอวี่ผู้รักษาการณ์แห่งคฤหาสน์ตระกูลหลิ่วได้เตรียมไว้สำหรับต้อนรับหลิ่วหรูเหมยและหย่งชุนไท่ที่เดินทางมาไกล
เย่เทียนเฉินนั่งลงข้างๆ โต๊ะอาหาร แล้วลงมือกินอย่างตะกละตะกลามราวกับผีที่หิวตายอย่างไรอย่างนั้น ทั้งยังไม่รักษาภาพพจน์และไม่สนใจหลิ่วหรูเหมยสาวสวยงามเลิศคนนี้โดยสิ้นเชิง
“เจ้าหมอนี่…”
“ช่างเถอะคุณหนู ครั้งนี้หากไม่ใช่เพราะเขา พวกเราอาจจะไม่รอดกลับมาแล้วก็ได้” หย่งชุนไท่กล่าวด้วยรอยยิ้ม
หลิ่วหรูเหมยกัดฟันแน่น อดไม่ได้ที่จะสาบานอยู่นใจว่า รอให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลลับครั้งนี้สำเร็จและกลับประเทศไปก่อนเถอะ จะต้องสั่งสอนเจ้าหมอนี่ให้ได้อย่างแน่นอน
คนคนนี้ช่างชั่วร้ายเหลือเกิน ไม่เพียงแสดงออกถึงการเหยียดหยามตนเอง ยังพูดจาโจมตีเธออีกต่างหาก
“อืม ไม่เลวเลย หอยเป๋าฮื้อนี่ไม่เลวเลย…”
“ให้ตายเถอะ กุ้งมังกรผัดนี่ทำมาอย่างกับกุ้งน้ำ ล้มเหลวจริง…”
“ไม่มั้ง ในไส้หมูยังมีตะกอนอยู่เลย…ล้มเหลวในล้มเหลว…”
เย่เทียนเฉินกินไปพลางบ่นพึมพำกับตัวเองไปพลาง หลิ่วหรูเหมยได้ยินดังนั้นก็เกิดเส้นขีดสีดำขึ้นบนหน้าผาก เดินออกไปด้ว