น้าการซุ่มโจมตีในครั้งนี้ จับโจรต้องจับหัวหน้า หากไม่ฆ่าคนที่เป็นผู้นำ นักฆ่าเหล่านั้นจะต้องพุ่งลงมาสู่ความตาย สำหรับพวกเขาก็ยังคงเป็นวิกฤตการณ์อยู่เช่นเดิม
ซู่ม!
เสียงเสียดแทรกเสียงหนึ่งดังขึ้น ลำแสงสายหนึ่งพุ่งไปยังรถที่เย่เทียนเฉินและหลิ่วหรูเหมยอยู่ ตอนที่คนอื่นๆ ไม่ทันได้มีปฏิกริยา เย่เทียนเฉินก็เปิดประตูออกไป อุ้มหลิ่วหรูเหมยที่ตกตะลึงจนตาค้างขึ้นมา พุ่งออกไปไกลหลายสิบเมตรพลางโถมตัวลงกับพื้น
ตู้ม!
เสียงดังสนั่นเสียดฟ้า รถที่พวกหลิวอวี่จัดเตรียมมาซึ่งเป็นรถกันกระสุนทั้งคันก็ยังปลิวพลิกออกไป เกิดเป็นแสงไฟพุ่งขึ้นไปบนฟ้า รถที่เย่เทียนเฉินและหลิ่วหรูเหมยนั่งถูกระเบิดเป็นจุล หากไม่ใช่เพราะเย่เทียนเฉินรับรู้ถึงอันตรายจึงรีบเปิดประตูรถและช่วยหลิ่วหรูเหมยออกมา เกรงว่าตอนนี้สาวงามอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวงท่านนี้คงตายไปแล้ว
“อ๊ะ เจ้าคนชั่ว นายทำอะไร…”
หลิ่วหหรูเหมยได้สติกลับมาจากอาการตกใจกลัวถึงพบว่าเย่เทียนเฉินคร่อมอยู่บนร่างของตนเอง สองมืออยู่บริเวณหน้าอกของตน ศีรษะของเขาซุกอยู่ที่ซอกคอของตน สภาพเช่นนี้ไม่ต้องบอกเลยว่าอึดอัดแค่ไหน
“ถ้าไม่อยากตายก็อยู่ตรงนี้ อย่าขยับ!” เย่เทียนเฉินเด้งตัวขึ้นมา ไม่สนใจหลิ่วหรูเหมยอีก ทิ้งคำพูดประโยคนี้ไว้แล้ววิ่งออกไป เขารู้สึกได้ว่าทหารรับจ้างที่แข็งแกร่งคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นที่บริเวณเศษซากหินฝั่งตรงข้าม คนผู้นี้น่าจะเป็นหัวหน้า หากไม่ฆ่าเขาเสียก็ไม่ทรา