เฉินคนนี้มีอะไรพิเศษ
“ไม่ใช่ความเชื่อ แต่เป็นศักยภาพ เขามีศักยภาพเช่นนี้!” หย่งชุนไท่มองเย่เทียนเฉินที่หลับอุตุอยู่ทางด้านหนึ่งพลางเปิดปากกล่าว
บทสนทนาของหย่งชุนไท่และหลิ่วหรูเหมย ทำให้หลิ่วหรูเหมยตกตะลึง และทำให้สายตาสงสัยที่มองไปยังเย่เทียนเฉินหายไป แน่นอนว่าเจียงเหมิงและเฟยอวิ๋นไม่ได้ยิน
เจียงเหมิงและเฟยอวิ๋นเป็นสมาชิกหัวกะทิของกองทัพเหยี่ยว ฝีมือความสามารถก็แข็งแกร่งเป็นอย่างมากเช่นกัน และครั้งนี้หัวหน้ากองทัพอย่างเหยียนหลงส่งพวกเขามาปกป้องคุ้มครองหลิ่วหรูเหมย ส่วนเย่เทียนเฉินเป็นชางหลางที่เชิญมา เหยียนหลงและชางหลางเป็นคู่แข่งที่ไม่ลงรอยกัน ดังนั้นเจียงเหมิงและเฟยอวิ๋นจึงมีความรู้สึกเป็นศัตรูกับเย่เทียนเฉินเป็นอย่างมาก เย่เทียนเฉินก็ไม่พอใจพวกเขาสองคน สมดุลภายในนี้ยังต้องหาทางรับมือ ไม่อาจให้มีผลกระทบไปถึงกับภารกิจครั้งนี้
เวลาเจ็ดโมงเช้ากว่าๆ เฮลิคอปเตอร์ที่พวกเย่เทียนเฉินโดยสารมา ลงจอดที่ชานเมืองวอชิงตัน เมื่อเย่เทียนเฉิน หลิ่วหรูเหมย หย่งชุนไท่ เจียงเหมิงและเฟยอวิ๋นลงจากเครื่องบิน ก็มีรถลีมูซีนสีดำสามคันจอดอยู่ที่สนามหญ้าแล้ว รอการมาถึงของพวกเขา
คนที่เป็นหัวหน้าเป็นชายชาวจีนวัยกลางคน บนใบหน้ามีรอยแผลเป็นจากดาบที่ลึกมากรอยหนึ่งพาดจากหางตาซ้ายไปถึงขากรรไกรล่าง หากว่าขยับใกล้อีกเพียงนิดเดียว ตาซ้ายของเขาคงจะเสียไปแล้ว
หย่งชุนไท่และหลิ่วหรูเหมยเดินนำหน้าสุด เย่เทียนเฉินเดินตามไป