ความลังเลของฉีหรูเสวี่ย ทำให้เย่เทียนเฉินมองเห็นความหวัง บางทีเมื่อก่อนพี่สาวหรูเสวี่ยอาจเป็นดั่งที่พี่ชายพูดจริงๆ เพียงต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอิสระของตนเอง เพียงเพราะไม่อยากหมั้นกับตระกูลฉิน จึงจำเป็นต้องหนีมาอยู่ในบ้านของตน
แต่ว่าเมื่อสักครู่นี้ ตอนที่ตนเองถามเธออย่างจริงจังว่าตกลงแล้วมีความรู้สึกต่อเย่เทียนเฉินหรือไม่ ฉีหรูเสวี่ยที่มีนิสัยเปิดเผยตรงไปตรงมามาโดยตลอด ก็พูดไม่ออกเป็นครั้งแรก บางทีโดยที่ไม่รู้ตัว ในใจของฉีหรูเสวี่ยก็มีเงาของเย่เทียนเฉินเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะดีหรือร้าย เธอก็ไม่สามารถลบออกไปได้
“เฮ้อ พี่ชายหนช่างโชคดีจริงๆ มีหญิงงามอย่างพี่สาวหรูเสวี่ยมารักเขา ช่างโชคดีเหลือเกิน!” เย่เฉี่ยนเหวินหลบไปพลางกล่าวพร้อมหัวเราะฮี่ๆ ไปพลาง
“ใคร ใครรักเขากัน เขาเป็นเจ้าคนชั่ว ยัยเด็กตัวแสบ พูดจามั่วซั่ว คอยดูเถอะว่าพี่จะจัดการดธอยังไง…” ฉีหรูเสวี่ยไล่ตามเย่เฉี่ยนเหวิน ทั้งสองเอะอะคึกคักกันขึ้นมา
“ฮี่ๆ หนูไม่ได้พูด หนูไม่ได้พูด…”
เย่เฉี่ยนเหวินและฉีหรู่เสวี่ยทะเลาะเอะอะกันอยู่ที่ห้องข้างๆ เย่เทียนเฉินที่เดิมทีเอนตัวลงนอนหลับบนเตียงไปแล้ว ถูกเสียงรบกวนจนนอนไม่หลับ เขาไม่ได้ฟังบทสนทนาของทั้งสองและเขาก็ไม่อยากฟังด้วย ฉีหรูเสวี่ยคิดที่จะเล่นงานตนเองไปทุกหนทุกแห่ง ส่วนน้องสาวก็กลายเป็นกบฏไปตั้งนานแล้ว คงไม่ได้พูดถึงอะไรดีๆ ของตนเองแน่!
เดิมทีไม่อยากลุกขึ้นมา แต่จนใจที่เย่เฉี่ยนเหวินแล