นี่ พวกเราเป็นเพื่อนซี้กัน มีอะไรเธอก็ถามมาเถอะ เห็นแก่ฐานะที่ว่าหลายวันมานี้เธอช่วยพี่ต่อต้านพี่ชายของเธอ พี่จะตอบคำถามอย่างจริงจังสักคำถามหนึ่ง” ฉีหรูเสวี่ยกล่าวพลางยิ้มหวาน
“อื้อ พี่สาวหรูเสวี่ย พี่ช่วยคิดอย่างจริงจังสักหน่อยนะคะว่าตกลงแล้วพี่มีความรู้สึกต่อพี่ชายของหนูหรือไม่ ตกลงแล้วพี่รักเขาหรือเปล่า…” เย่เฉี่ยนเหวินกล่าวถามพลางจ้องไปยังดวงตาของฉีหรูเสวี่ยเขม็ง
ถ้าหากเปลี่ยนเป็นก่อนหน้านี้หนึ่งวัน ฉีหรูเสวี่ยจะตอบคำถามนี้ของเย่เฉี่ยนเหวินโดยไม่ต้องคิดพิจารณาเลยสักนิดอย่างแน่นอน มีเพียงสามคำคือ “ไม่รู้สึก”
แต่ว่า เมื่อสักครู่นี้ตอนที่ที่ฉีหรูเสวี่ยเตรียมจะพูดคำสามคำนี้ออกมา ในสมองของเธอ ก็ปรากฏภาพที่จูบกับเย่เทียนเฉินแวบขึ้นมา
นั่นเป็นจูบที่เกิดจากอุบัติเหตุ และนั่นก็เป็นจูบแรกของฉีหรูเสวี่ย และถูกเย่เทียนเฉินศัตรูคู่แค้นขโมยไปเช่นนี้ เธอเม้มปากเล็กๆ อันเซ็กซี่ ความรู้สึกเช่นนั้นยังทำให้เธอรู้สึกแปลกประหลาดจนถึงตอนนี้ เปรี้ยวนิดหน่อย หวานเล็กน้อย และยังฝาดเฝื่อน ทำให้เธอรู้สึกโมโหและขบคิดอยู่บ้าง
ดังนั้น คำพูดจึงติดอยู่ที่ปาก ฉีหรูเสวี่ยสูบหายใจเข้าแรงๆ ตอนนี้เธอไม่รู้จริงๆ ว่าจะอธิบายอารมณ์ของตนเองอย่างไร อยากจะพูดว่ามามีความรู้สึกต่อเจ้าคนชั่วเย่เทียนเฉิน แม้สักนิดก็ไม่รู้สึก แต่ว่าพอคิดถึงภาพจูบนั้น เธอก็ลังเล ความคิดสับสนวุ่นวายไปหมด
ความจริงผู้หญิงก็เป็นเช่นนี้เอง ยามเมื่