“แม่ พี่นี่ขี้งกเกินไปแล้ว เป็นถึงประธานกรรมการเครือไห่หวางที่ผ่าเผย ไม่คิดเลยว่าแค่เงินสองร้อยหยวนจะตัดใจให้หนูไม่ได้ หนูถึงไม่อยากช่วยพี่ไปหยั่งเชิงไงล่ะ…” เย่เฉี่ยนเหวินยู่ปากอันน่ารัก กล่าวด้วยความโมโหเล็กน้อย
หลัวเยี่ยนมองเย่เฉี่ยนเหวินผู้เป็นลูกสาวครู่หนึ่งแล้วจึงยิ้มออกมา เธอรู้ว่าเย่เทียนเฉินตระหนี่ถี่เหนียวกับเย่เฉี่ยนเหวินมาโดยตลอด ตั้งแต่เล็กจนโตก็ไม่เคยให้ค่าขนมอะไรแก่น้องสาวเลย ต่อให้เป็นเย่เทียนเฉินในตอนนี้ที่ไม่ได้เป็นตัวตลกของเมืองหลวง ไม่ใช่เศษสวะไม่เอาไหวของตระกกูลเย่อีกต่อไปแล้ว ก็ยังคงขี้งกเช่นนั้น จุดนี้กระทั่งเธอที่เป็นแม่ก็อับจนคำพูด
“เฉี่ยนเหวิน ไปถามพี่สาวหรูเสวียของลูกหน่อยเถอะ ดูสิว่าตกลงแล้วเธอรู้สึกดีๆ กับพี่ชายของลูกหรือไม่ ถ้าหากว่ารู้สึก ถ้างั้นก็เป็นปัญหาของพี่ชายลูกแล้วล่ะ ถ้าหากว่าไม่ พวกเราก็ไม่อาจไปถ่วงผู้อื่นได้” หลัวเยี่ยนเก็บถ้วยเก็บตะเกียบไปพลางเปิดปากกล่าวไปพลาง
ความจริงแล้ว ในใจของหลัวเยี่ยน อย่างน้อยก็มีเก้าสิบเปอร์เซ็นที่หวังเป็นอย่างยิ่งว่าฉีหรูเสวี่ยจะสามารถกลายเป็นลูกสะใภ้ของตนได้ ถึงอย่างไรในสังคมปัจจุบัน หากต้องการหาลูกสะใภ้ที่งดงามทั้งยังไม่เปราะบาง เบื้องหน้ารับแขก เบื้องหลังเข้าครัว ช่างหาได้ยากจริงๆ อีกทั้งฉีหรูเสวี่ยเป็นหญิงที่ใกล้ชิดเย่เทียนเฉินที่สุดในปัจจุบันนี้ ตั้งแต่เมื่อปีนั้นที่เย่เทียนเฉินแอบดูหลิ่วหรูเหมยอาบน้ำ เขาก็เ