ไม่ต้องพูดว่ามันจริงไม่จริง พี่ต้องขอบคุณน้องสาวคนนี้ไม่ใช่เหรอ หากไม่ใช่เพราะหนูตะโกนประโยคนั้น พี่จะจะได้ดอมดมกลิ่นหอมนั้นได้ยังไง? หนูว่าพี่ควรจะต้องให้ค่าขนมหนูแล้วล่ะ” เย่เฉี่ยนเหวินยิ้มอย่างดงามพลางกล่าว
เย่เทียนเฉินมองเย่เฉี่ยนเหวินผู้เป็นน้องอย่างไม่สบอารมณ์ เป็นไปได้มากว่าเจ้าเด็กตัวแสบคนนี้จะจงใจ จึงเคาะลงไปบนหัวของเธอเบาๆ พลางกล่าวว่า “ยังจะมาทวงค่าขนมอีก เด็กน้อยกล้ามายุ่งเรื่องของผู้ใหญ่อย่างพวกเรา ไม่รู้จักลำดับอาวุโส แม่ ผมแนะนำให้หักค่าขนมของน้องสาวครึ่งหนึ่ง”
“พี่ชาย พี่อย่าล้อเล่นแบบนี้สิ หนูช่วยพี่ไว้นะ พี่นี่ไม่รู้จักบุญคุณเอาซะเลย…” เย่เฉี่ยนเหวินกล่าวอย่างไม่ได้รับความเป็นธรรม
หลัวเยี่ยนเห็นว่าเย่เทียนเฉินสองพี่น้องทะเลาะกันขึ้นมา ก็กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “อาหารเย็นคืนนี้แม่ทำไว้แล้ว เนื่องจากเมื่อกี้เฉี่ยนเหวินมีความดีความชอบที่ตะโกนออกมา ทุกคนเดือนจะให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นสองร้อยหยวน ถือว่าเป็นรางวัล”
“โอ้แจ๋วไปเลย คุณแม่เยี่ยมที่สุดเลย พี่ชายขี้งกที่สุด ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษสักนิด…” เย่เฉี่ยนเหวินโห่ร้องออกมา พลางทำหน้าทะเล้นใส่พี่ใหญ่เย่เทียนเฉิน
เจอกับหลัวเยี่ยนผู้เป็นแม่และเย่เฉี่ยนเหวินผู้เป็นน้องทั้งสองคนนี้ ดูพวกท่าทางเช่นนี้ของพวกเธอ เย่เทียนเฉินก็ไม่รู้จริงๆ ว่าจะพูดอะไรดี เดิมทีพวกเธอก็เข้าใจผิดเรื่องความสัมพันธ์ของตนและฉีหรูเสวี่ย ตอนนี้จูบนี้ยังอา