จนำปัญหามาอีก แม้ว่าข้างกายตนเองจะมีหญิงงามโคจรอยู่ แต่นั่นก็ยังเป็นการอยู่คนเดียวเพียงลำพัง มีอิสระเสรีคนเดียว อยากไปก็ไป อยากอยู่ก็อยู่ มีความสุขมาก การแต่งงานก็เหมือนกับหลุมฝังศพ ตรงจุดนี้ต่อให้เป็นเย่เทียนเฉินที่มาจากชาติที่แล้วก็กระจ่างชัด
เย่เทียนเฉินถอนหายใจออกมาครั้งหนึ่ง นั่งลงดูทีวีบนโซฟาที่ห้องโถง ส่วนแม่และน้องสาวทั้งสองคนกลับเริ่มยุ่งวุ่นวายอยู่ในครัว ถึงอย่างไรก็ยังมีอาหารเย็นที่ต้องกิน
เพิ่งจะนั่งลงแทะเมล็ดแตงไปไม่กี่เม็ด โทรศัพท์บ้านภายในห้องโถงก็ดังขึ้น เย่เทียนเฉินยกหูโทรศัพท์ขึ้นพลางกล่าวว่า “ต้องการพูดกับใครครับ?”
“เทียนเฉิน นี่ปู่เอง!” เสียงของเย่หย่วนซานดังออกมาตามสาย
“โอ้ ผู้อาวุโสนี่เอง มีเรื่องอะไรหรือครับ?” แม้ว่าเย่เทียนเฉินจะไม่ได้มีความรู้สึกอะไรมากมายกับเย่หย่วนซาน แต่เย่หย่วนซานจะอย่างไรก็เป็นเจ้าของตระกูลเย่ ดีร้ายอย่างไรก็เป็นผู้อาวุโสในบ้าน ยังคงต้องให้ความเคารพ หากเป็นเย่มู่ไป๋และเย่เฮ่อกั๋วเจ้าสองคนนั้นโทรมา เช่นนั้นเย่เทียนเฉินคงจะไม่สบอารมณ์
“ปู่ได้ยินมาว่าหลานทำร้ายฉินเหิงจากตระกูลฉินเหรอ?” เย่หย่วนซานเปิดปากถาม
“ใช่ครับ ผู้อาวุโส เรื่องนี้ปู่วางใจได้ ผมจะจัดการด้วยตัวเอง จะไม่ให้เกี่ยวพันมาถึงคนในตระกูลเย่หรอกครับ” เย่เทียนเฉินกล่าวเสียงเรียบ
“ฮ่าๆ เทียนเฉิน ปู่ไม่ได้หมายความอย่างนั้น ปู่แค่อยากจะบอกหลานว่า หลานจะทำอย่างไร ปู่ก็จะสนับสนุนหลา