น แม้ว่าหลายปีมานี้ปู่จะใส่ใจครอบครัวของหลานไม่มากพอ แต่ว่าเป็นลูกหลานตระกูลเย่เหมือนกัน เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ ปู่เองก็อยากจะเห็นหลานทำให้ตระกูลเย่รุ่งเรือง ทำให้เต็มที่เถอะ!” เย่หย่วนซานพูดพลางหัวเราะผ่านทางโทรศัพท์
เย่เทียนเฉินชะงักไปชั่วครู่ เขาคิดไม่ถึงว่าผู้อาวุโสเย่หย่วนซานจะถึงกับกล่าวคำนี้ ทั้งทำให้เขาตกใจและซาบซึ้งในเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะประโยคที่ว่า “เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ” ไม่ว่าจะพูดอย่างไรก็เป็นครอบครัวเดียวกัน ทั้งเย่หย่วนซานยังเป็นผู้ใหญ่ เป็นผู้อาวุโส เขาสามารถพูดคำนี้ออกมาได้ ก็พิสูจน์ให้เห็นว่ามีความรู้สึกต่อครอบครัวของตนจริงๆ
“วางใจเถอะครับผู้อาวุโส ทำให้ตระกูลเย่รุ่งเรืองนั้นผมไม่กล้าพูด แต่ผมจะไม่ยอมให้ตระกูลเย่เสียหน้า” เย่เทียนเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ดี งั้นก็ดีแล้ว พวกเราตระกูลเย่จะได้ไม่ตกต่ำ ถูกคนดูถูก และถูกผู้คนสบประมาทแล้ว ปู่ก็แก่แล้ว ไม่มีอะไรสำคัญ แต่ตระกูลเย่ของพวกเรา เคยเป็นตระกูลใหญ่ที่มีอำนาจเรียกลมฝน แต่ไหนแต่ไรก็ไม่ได้อ่อนแอกว่าตระกูลอื่นๆ จะมากจะน้อยก็ทำให้คนแก่อย่างปู่ไม่เต็มใจอยู่บ้าง…” เย่หย่วนซานเปิดปากกกล่าความในใจออกมา
“ฮี่ๆ ผู้อาวุโส พักผ่อนเร็วหน่อยนะครับ อายุมากแล้ว ต้องใส่ใจสุขภาพให้มาก อย่าคิดอะไรมากนะครับ ผมรู้สึกได้ลางๆ ว่าดวงชะตาของตระกูลเย่กำลังเปลี่ยนไปดีขึ้นแล้ว จะต้องรุ่งเรืองรุ่งโรจน์แน่นอน!” เย่เทียนเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ดี ดี เทีย