นเฉิน หลานลงมือให้เต็มที่เถอะ ปู่สนับสนุนหลาน!” เย่หย่วนซานกล่าวอย่างตื่นเต้น
“ครับผม ผู้อาวุโส แล้วเจอกันนะครับ ฝันดีครับ!”
หลังจากที่วางโทรศัพท์ไป มุมปากของเย่เทียนเฉินก็ปรากฏรอยยิ้มสายหนึ่ง ไม่ใช่ว่าเขาพูดคุยกับผู้อาวุโสเย่หย่วนซานอย่างมีความสุขมากมายอะไร แต่เป็นเพราะคิดถึงเย่หงผู้เป็นบิดา หากรู้ว่าตอนนี้ผู้อาวุโสเอาใจใส่ลูกชายทั้งสามคนขนาดนี้ จะต้องดีใจมากแน่
ความจริงแล้วคนเรามีชีวิตหนึ่งชีวิตนี้ เพื่ออะไรกัน? ไม่ใช่เพื่ออยู่ด้วยกันกับครอบครัวอย่างเบิกบานใจ ทำให้ครอบครัวมีความสุขหรอกหรือ? ไม่ว่าจะเพื่อชื่อเสียง หรือเพื่อเป็นข้าราชการที่ร่ำรวย ทั้งหมดก็เพื่อผ่านวันเวลาไปให้ดียิ่งขึ้น เพื่อใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ดังนั้นสามารถเห็นพ่อแม่และน้องสาวยิ้มอย่างมีความสุขได้ ก็เป็นเรื่องของเย่เทียนเฉิน
“เทียนเฉิน ใครโทรมาหรือ?” หลัวเยี่ยนถือตับหมูทอดจานหนึ่งออกมาจากห้องครัว วางไว้บนโต๊ะอาหารพลางกล่าวถาม
“เป็นผู้อาวุโสครับ ผมคุยกับเขาหลายประโยค ใช้เวลาไปสักพักแล้ว!” เย่เทียนเฉินกล่าวตามสบาย
“ผู้อาวุโส? ลูกคุยกับเขาหลายประโยค?”
หลัวเยี่ยนไได้ยนคำพูดของเย่เทียนเฉินก็ยิ่งตกใจ แต่ไหนแต่ไรผู้อาวุโสเย่หย่วนซานไม่เคยโทรมาหา คืนนี้นึกไม่ถึงว่าจะโทรมา ทั้งยังคุยกับหลานชายอย่างเย่เทียนเฉินไปหลายประโยค ดูจากท่าทางของเย่เทียนเฉิน เหมือนว่าจะคุยกันได้ไม่เลวเลย นี่ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ต้องทราบว่าเ