ับของทางฝั่งจีนไป
หลายคนอาจคิดว่า ในเมื่ออีกฝ่ายใช้วิธีสกปรกส่งยอดฝีมือมามากมายขนาดนี้ เตรียมใช้วิธีการนอกกฏหมายเพื่อจัดการอีกฝ่าย ทำไมฝั่งจีนจึงไม่ใช้แอบส่งยอดฝีมือไปบ้างเล่า? หรือจำเป็นต้องแลกเปลี่ยนข้อมูลลับกับทางฝั่งประเทศmด้วยหรือ?
ปัญหานี้ ชางหลางเคยเข้าร่วมการประชุมสูงสุดของคณะกรรมาธิการทหารและทำการอภิปรายเป็นเวลาหนึ่งวันหนึ่งคืน การแลกเปลี่ยนข้อมูลลับในครั้งนี้ ไม่ทำไม่ได้ ถ้าหากว่าสามารถเอาข้อมูลมาได้ จะสามารถยกระดับการทหารของจีนได้มาก ในขณะเดียวกันหากทางจีนส่งยอดฝีมือไปด้วยเป็นจำนวนมาก ก็จะถูกผู้คนครหาว่าขี้ขลาดเอาได้ และจะทำให้ผู้ที่ทำการแลกเปลี่ยนของทางฝั่งประเทศmตื่นตระหนกและถึงขั้นไม่ทำการแลกเปลี่ยนอีกต่อไป ดังนั้นจากข้อสรุปในการอภิปราย จึงตัดสินใจส่งยอดฝีมือที่ไม่มีฐานะทางกองทัพไปด้วย เพื่อไปทำภารกิจให้สำเร็จ ชางหลางย่อมคิดถึงเย่เทียนเฉินเป็นคนแรก
ณ เวลานี้เอง ภายในรถลีมูซีนสีดำคันหนึ่ง ฉินอี้และฉินเทาหยวนสองพ่อลูกนั่งอยู่บริเวณที่นั่งด้านหลัง มีรถทหารหน่วยรบพิเศษแห่งทัพองครักษ์คุ้มครองหน้าหลัง นี่ก็เพื่อความปลอดภัยโดยสิ้นเชิง
“พ่อครับ เมื่อสักครู่นี้ทำไมไม่ให้ผมพูดให้จบล่ะครับ ชางหลางเป็นลูกน้องของหยางอี้ เขาพาตัวเย่เทียนเฉินไป หยางอี้จะไม่รู้ได้อย่างไร คนคนนี้กำลังปัดความรับผิดชอบ…” ฉินเทาหยวนกล่าวอย่างไม่สบายใจ
ฉินอี้มองฉินเทาหยวนครู่หนึ่งแล้วจึงถอนหายใจครั้งหนึ่ง