พูดพลางส่ายหน้าว่า “เทาหยวน นิสัยของแกหุนหันพลันแล่นเกินไปจริงๆ ยังไม่ต้องพูดถึงว่าเรื่องนี้มีเกี่ยวข้องกับหยางอี้หรือไม่ ต่อให้เกี่ยวข้อง แล้วจะทำอะไรเขาได้ล่ะ?”
“พ่อครับ ตระกูลฉินของพวกเราไม่มีใครกล้ามารังแก มีแต่พวกเรารังแกคนอื่น หรือจะต้องจบแค่นี้?” ฉินเทาหยวนกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์
หากต้องกล่าวว่าฉินเทาหยวนไร้สติปัญญาและความสุขุมนั้นย่อมมิใช่แน่นอน เพียงแต่หลายปีมานี้ อำนาจของตระกูลฉินยิ่งใหญ่ขึ้นทุกวัน แต่ไหนแต่ไรไม่เคยมีใครกล้าท้าทายความน่ากลัวของตระกูลฉินมาก่อน ดังนั้นทำให้ลูกหลานตระกูลฉินทุกคนค่อยๆ โอหังขึ้นมาทีละน้อย อีกทั้งคราวนี้ฉินเหิงถูกทำร้ายจนหน้าตาไม่เหลือเค้าเดิม ต่อให้เก็บชีวิตกลับมาได้ ก็ไม่อาจออกไปพบผู้คนได้อีก ฉินเทาหยวนมีฉินเหิงเป็นลูกชายคนเดียว จะไม่เจ็บปวดใจได้อย่างไร จะไม่โกรธแค้นจนต้องขบเขี้ยวเคี้ยวฟันได้อย่างไร
“ฉันเชื่อว่าหยางอี้เข้าใจความหมายในคำพูดของฉัน และจะไม่สอดมือเข้ามา ตระกูลเย่และเย่เทียนเฉินเล็กๆ ยังกล้ามาลงมือกับลูกหลานของฉันฉินอี้ เห็นว่าฉันแก่จนใช้การไม่ได้รึไง? ฉันอยากจะดูสักหน่อยว่าเย่หย่วนซานจะแลกเปลี่ยนอะไรกับฉัน ฉันไม่ได้ไล่ไปง่ายๆ เหมือนลั่วซงเฉิงหรอกนะ” ฉินอี้กล่าวด้วยความโกรธ
“พ่อครับ งั้นตอนนี้พวกเราทำยังไงดี?” ฉินเทาหยวนเปิดปากถาม
“ไปบ้านตระกูลเย่ ฉันต้องการให้เย่หย่วนซานหักขาทั้งสองข้างของเย่เทียนเฉินไอ้หลานตัวการของมันต่อหน้าฝูงช