“ชางหลาง คุณก็คิดจะล่วงเกินตระกูลฉินของผมงั้นเหรอ?” ฉินเทาหยวนมองชางหลางอย่างโหดเหี้ยมพลางกล่าว
“ผมไม่ต้องการล่วงเกินตระกูลฉินของคุณ เพียงแต่มันเป็นเรื่องของงานหลวงก็เท่านั้น ตอนนี้ผมต้องพาตัวเย่เทียนเฉินไป ส่วนเรื่องบุญคุณความแค้นระหว่างตระกูลฉินของคุณกับเขา พวกคุณค่อยมาจัดการกันทีหลัง” ชางหลางกล่าวโดยหน้าไม่เปลี่ยนสี
“ดี ดี ชางหลาง ถ้างั้นพวกผมจะรอดู” ฉินเทาหยวนคำรามออกมาอย่างโกรธเคือง
ชางหลางไม่สนใจฉินเทาหยวน เขาไม่ใช่ไม่กล้าล่วงเกินตระกูลฉิน แค่มันไม่จำเป็น เขาเป็นคนของคณะกรรมาธิการทหาร รู้ดีว่าอำนาจของตระกูลฉินในเมืองหลวงมีไม่น้อย หากตนเองออกหน้าล่วงเกินตระกูลฉินแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน ย่อมต้องมีผลกระทบตามมาไม่น้อย ถึงตอนนั้นหากว่าไม่จบ ก็ให้เย่เทียนเฉินคนนี้ไปเสีย จะอย่างไรเขาก็เป็นคนพาลที่ไม่กลัวฟ้ากลัวดินอยู่แล้ว
“เย่เทียนเฉิน นายยังจะมัวนิ่งอยู่ทำไม ขึ้นรถสิ มีเรื่องจะคุยกับนาย” ชางหลางมองเย่เทียนเฉินที่ยืนสูบบุหรี่อยู่ข้างๆ พลางกล่าวด้วยท่าทางที่ไม่ดีนัก
“ไม่สนใจอ่ะ ผมจะกลับบ้านไปนอนแล้ว ลาก่อน ฝันดี!” เย่เทียนเฉินกล่าวอย่างเอ้อระเหย พลางโบกมือให้ชางหลางแล้วหันตัวเดินจากไป
ไหนเลยจะรู้ว่า เย่เทียนเฉินเพิ่งจะหันตัวเตรียมจะเดินจากไป เถี่ยฉุยก็มาขวางเขาไว้จากข้างหลัง ทั้งยังมีท่าทางดุดันเอาเรื่อง ราวกับจะบอกว่าหากแกเย่เทียนเฉินไม่ขึ้นรถ พวกเราก็จะคุยกันด้วยปืน
“ว้าว? ที่แท้พวกคุณ