ยบ้านเมืองอยู่ในสายตา ช่างยอดเยี่ยมเหลือเกิน!” เย่เทียนเฉินจงใจกล่าวอย่างเย้ยหยัน
“เฮอะ ตระกูลฉินของฉันต้องการฆ่าคน ก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไรแม้แต่ครึ่งคำ แกต้องตาย คนตระกูลเย่ทั้งหมดของแกก็ต้องตาย” ฉินเทาหยวนที่ถูกเย่เทียนเฉินทำให้โกรธไปแล้วโดยสิ้นเชิง กล่าวด่าออกมาเสียงดัง
เย่เทียนเฉินมองฉินเทาหยวนครู่หนึ่ง แล้วก็มองหลูเซิ่งตาครู่หนึ่ง ก่อนจะหาวออกมาแล้วเปิดปากกล่าวว่า “ไสหัวไปซะ ฉันเพิ่งจะกินข้าว อยากจะดื่มชาสักหน่อย พวกแกอยู่ที่นี่ ฉันรู้สึกสะอิดสะเอียน”
“เย่เทียนเฉิน แกอย่ามาโอหังให้มากนักนะ แกล่วงเกินตระกูลฉินของฉัน ต่อให่เย่หย่วนซานมาขอโทษถึงที่ เรื่องนี้ก็ไม่มีทางจบดีๆ แน่!”
“ใครบอกว่าต้องการจบดีๆ? ฉันเคยบอกว่าอยากจะจบดีๆ กับตระกูลฉินของแกรึไง? ว่างๆ ฉันจะไปที่ตระกูลฉิน แกก็ไม่ต้องมาคุยเป็นเพื่อนฉัน ให้ผู้อาวุโสตระกูลฉินมาพูดกับฉันโดยตรงเถอะ” เย่เทียนเฉินยกขาขึ้นไขว่ห้างพลางกล่าวอย่างวางมาด
เมื่อคำพูดนี้พูดออกมา ก็ยิ่งทำให้ทุกคนไม่อยากจะเชื่อหู ที่ตระกูลฉินเป็นตระกูลชั้นหนึ่งของเมืองหลวง ส่วนสำคัญที่สุดก็เป็นเพราะผู้อาวุโสตระกูลฉินยังคงกุมอำนาจอยู่ ต่อให้ไม่ได้เป็นผู้นำระดับภูมิภาค ก็เกรงว่าจะต่างกันไม่มากเท่าไรนัก โดนเฉพาะในครั้งนี้ที่มีโอกาสจะก้าวหน้าไปอีกขั้น ถึงตอนนั้น ตระกูลฉินของเขาก็ยิ่งไม่มีใครกล้าหาเรื่อง ไม่ต้องพูดถึงเย่เทียนเฉิน ต่อให้เป็นผู้อาวุโสตระกูลเย่ เย่หย่วนซ