ั้น ชางหลางก็โผล่มาอีก หรือเย่เทียนเฉินมีความสามารถเหนือเมฆจริงๆ?
ตอนที่เย่เทียนเฉินออกมาจากเป้ยเฟิงเซวียนถึงจะเห็นว่าด้านนอกมีรถจี๊ปทหารจอดอยู่สี่คัน มีชางหลางยืนอยู่ด้านหน้าสุด ข้างตัวเขามีคนสวมชุดทหารถือปืนอยู่ ส่วนตำรวจหลายสิบนายที่ล้อมเป้ยเฟิงเซวียนตกใจจนหลบไปข้างๆ ตั้งนานแล้ว
ฉินเทาหยวนเดินมาถึงเบื้องหน้าของชางหลางแล้ว เขารู้จักกับชางหลาง ถึงจะไม่สนิทสนมกันแต่ก็มีความเข้าใจในอีกฝ่ายอยู่บ้าง ชางหลางเป็นคนในคณะกรรมาธิการทหาร และเป็นหัวหน้าผู้บังคับบัญชาหน่วยมังกรฟ้า ในเมืองหลวงดูเหมือนว่าจะไม่มีใครที่ไม่รู้จักเขา ส่วนฉินเทาหยวน อำนาจตระกูลฉินยิ่งใหญ่คับฟ้า สมกับเป็นตระกูลชั้นหนึ่งในเมืองหลวง เขาเองก็ไม่มีใครที่ไม่รู้จักเช่นกัน
“นายพลชาง คุณมาได้เวลาพอดี ที่นี่มีผู้ต้องหาทำร้ายร่างกายอยู่คนหนึ่ง จับกุมเขาไปยิงประหารเถอะ” ฉินเทาหยวนมองชางหลางพลางกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ชางหลางมองฉินเทาหยวนครู่หนึ่ง แล้วชำเลืองมองเย่เทียนเฉินที่อยู่ไม่ไกลครู่หนึ่งพลางกล่าวออกมาอย่างจริงจังว่า “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับผม คุณควรจะไปแจ้งความกับหลูเซิ่งต๋า ให้เขาจัดการ ผมมาที่นี่เพื่อพาตัวเย่เทียนเฉินไป”
ฉินเทาหยวนขมวดคิ้ว เขาคิดไม่ถึงว่าชางหลางจะไม่ไว้หน้าตนเอง ต่อให้เขาเป็นคนของคณะกรรมาธิการทหาร ก็ไม่อาจมองข้ามอำนาจของผู้อาวุโสตระกูลฉินไปได้ กล่าวตามหลักแล้วชางหลางไม่ใช่คนที่ไม่รู้จักกาลเทศะ ตนเองพูดออกมา