เช่นนี้ก็ชัดเจนแล้วว่าต้องการให้เขาช่วยฆ่าเย่เทียนเฉิน แต่คำตอบของชางหลางก็ชัดเจนว่าเป็นการปฏิเสธ แถมยังมีท่าทางปกป้องเย่เทียนเฉินเล็กน้อยอีกด้วย
“พี่ชางหลาง เย่เทียนเฉินทำร้ายฉินเหิงลูกชายของผมจนครึ่งเป็นครึ่งตาย ตระกูลฉินของผมย่อมไปปล่อยไปง่ายๆ แน่ หากว่าพี่ชางหลางสามารถช่วยเหลือในเรื่องนี้ได้ ผมก็จะแสดงความขอบคุณ” ฉินเทาหยวนกล่าวชักจูงด้วยรอยยิ้ม
“นี่เป็นเรื่องของตระกูลฉินของคุณ ผมรู้แค่ว่าผมต้องพาตัวเย่เทียนเฉินไป หากมีบุญคุณความแค้นอะไรกันพวกคุณสามารถไปจัดการกันทีหลังได้” ชางหลางยังคงกล่าวอย่างไม่ไว้หน้า
“คุณ…ชางหลาง คุณคงจะรู้ว่าหากช่วยเย่เทียนเฉิน ล่วงเกินตระกูลฉินจะมีผลอย่างไร ต่อให้คุณได้เข้าเป็นคณะกรรมาธิการทหาร ตระกูลฉินของผมก็สามารถดึงคุณลงมาได้” ฉินเทาหยวนแสดงสันดานเดิมที่ร้ายกาจออกมา หากหลอกล่อชางหลางด้วยผลประโยชน์ไม่ได้ผล ก็ต้องบีบบังคับกันแล้ว
“ฉินเทาหยวน โปรดระวังคำพูดของคุณด้วย ตระกูลฉินของคุณยังไม่อยู่ในฐานะที่ใช้หนึ่งมือปิดแผ่นฟ้าได้ อีกอย่างผมอยากจะบอกคุณสักหน่อยว่า ฉินเหิงลูกชายของคุณทำเรื่องเลวๆ มามาก อย่าบีบบังคับให้ผมต้องออกคำสั่งตรวจสอบ…” ชางหลางกล่าวด้วยรอยยิ้มที่ดูโกรธเคืองอยู่บ้าง
ฉินเทาหยวนโกรธเสียจนแทบกระอักเลือด มองเย่เทียนเฉินด้วยความโกรธจนต้องขบฟันแน่น เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ ตั้งแต่เย่เทียนเฉินกลับมาที่เมือง เรื่องต่างๆ ก็เปลี่ยนแปลงไปมาก ราวกับทั่วท