นสืบหาขึ้นมา เขาหลูวั่งก็ไม่อาจหลุดพ้นจากความรับผิดชอบได้ หากว่าเย่เทียนเฉินไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฉินเหิง หลูวั่งก็อาจจะตายได้ ตระกูลฉินก็มีอำนาจแข็งแกร่งและใช้อำนาจบาตรใหญ่เช่นนี้ ร้ายกาจเสียยิ่งกว่าจระกูลลั่ว เพื่อที่จะป้องกันตัวเอง เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง ต่อให้หลูวั่งถูกฉินเหิงตบ ก็ยังทำตัวเป็นสุนัขคอยส่งข่าวให้ตระกูลฉิน
“ยะ…เย่เทียนเฉิน คุณอย่าไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี อีกสักครู่คนของตระกูลฉินก็จะมาแล้ว หากคุณไม่ไปตอนนี้ก็ไปไม่ได้แล้ว!” หลูวั่งมองเย่เทียนเฉินพลางเปิดปากกล่าวอย่างดุดัน
“นั่นมันเรื่องของฉัน แกเป็นคนปลิ้นปล้อนอย่างนี้ เชื่อว่าตอนที่คนของตระกูลฉินมาถึง แกคงจะรู้ว่าควรพูดยังไง” เย่เทียนเฉินมองหลูวั่งอย่างเย็นชาพลางกล่าว
เดิมทีเย่เทียนเฉินเกลียดชังคนประเภทหลูวั่งมาก กล่าวอย่างตรงไปตรงมาหน่อยก็คือ คนอย่างหลูวั่งเลวทรามต่ำช้าจนเกินไป ถูกฉินเหิงตบไปหลายครั้ง โกรธแค้นชิงชังอยู่ในใจ ตอนที่ตนเองสั่งสอนฉินเหิง หลูวั่งก็แอบยินดีกับตัวเอง หลังจากที่สั่งสอนเรียบร้อยแล้ว ก็ยังกลัวจะเกี่ยวพันมาถึงตัวเขาเอง จึงรีบขายเย่เทียนเฉินทันทีโดยส่งข่าวให้ตระกูลฉิน หากคนอย่างหลูวั่งได้รับอำนาจล่ะก็ คงผิดต่อสวรรค์แล้ว
“แกทำได้แสบนักนะ ฝากไว้ก่อนเถอะ…” หลูวั่งถือโอกาสฉีกกระดาษทิชชู่หลายแผ่น เช็ดคราบเลือดที่มุมปากพลางกล่าว
เย่เทียนเฉินยักไหล่ท่าทางไม่สนใจ แล้วนั่งลงกินข้าวต่อไป แต่ทั่วทั้งเป้ยเฟิงเ