ซวียนนั้นเกิดความโกลาหลเรียบร้อยแล้ว เหล่าคุณชายที่มาพูดคุยซุบซิบกันที่นี่ ทุกคนต่างก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ส่วนเหล่าพนักงานของเป้ยเฟิงเซวียนหลายคนก็หาข้ออ้างปลีกตัวออกไป กระทั่งเถ้าแก่ร้านของเป้ยเฟิงเซวียนก็รีบขับรถออกไปจากเมืองหลวง
ฉินเหิงแห่งตระกูลฉิน ถูกทำร้ายจนอาการครึ่งเป็นครึ่งตายที่เป้ยเฟิงเซวียน เรื่องนี้จะต้องสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งเมืองหลวงอย่างแน่นอน ทำให้ผู้คนช็อกยิ่งกว่าเรื่องลั่วเหลยและลั่วเทาแห่งตระกูลลั่วถูกฆ่าตายเสียอีก จะอย่างไรตำหน่งฐานะของตระกูลฉินก็ไม่เหมือนกัน เป็นตระกูลชั้นหนึ่งของเมืองหลวงอย่างแท้จริง หากเกิดโทสะขึ้นมา เมืองหลวงก็จะต้องสั่นสะท้าน
คุณชายหลายคนต่างก็เลือกที่จะอยู่ต่อ คิดอยากจะดูความคึกคักสักหน่อย ตกลงแล้วฉินเหิงที่หยิ่งยะโสและใช้อำนาจบาตรใหญ่มาตลอดจะชนะ หรือเย่เทียนเฉินที่เป็นตัวตลกของเมืองหลวงและขึ้นชื่อว่าเป็นเศษสวะไม่เอาไหนจะตอบโต้กลับไปได้ ช่างเป็นฉากอันยอดเยี่ยมฉากหนึ่งที่ทำให้ผู้คนรอคอยจริงๆ เป็นธรรมดาที่จะไม่มีคนตัดใจจากไป
ฉินเหิงกับบอดี้การ์ดผู้ติดตามทั้งสองของเขาต่างสลบเป็นตายอยู่ที่พื้น ไม่มีใครกล้าไปขยับพวกเขา ที่นี่นอกจากเย่เทียนเฉินก็ไม่มีใครกล้าสัมผัสฉินเหิงอีก หากใครไปแตะต้องฉินเหิงที่มีสภาพครึ่งเป็นครึ่งตายแล้วตระกูลฉินสืบสวนลงมา ทุกคนคงมิอาจรับจุดจบจากการแส่หาเรื่องนี้ได้
“พนักงาน…ขอซุปมะเขือเทศไข่ไก่ที่หนึ่ง…” หลังจากที่เย่เทียนเ