ฉินสำลักข้าวแห้งๆ ไปคำหนึ่งก็ตะโกนไปยังชั้นล่างเสียงดัง
“ไอ้…ไอ้หมอนี่บ้าไปแล้วเหรอ นี่มันเวลาอะไรแล้ว ยังมีกะจิตกะใจดื่มซุปไข่อีก…”
“ไม่นึกว่าจะยังไม่หนีไปอีก รอจนคนของตระกูลฉินมา เกรงว่าต้องดื่มซุปที่ทำจากสมองเขาแทนแล้ว”
“นี่ช่างเป็นการรอความตายที่สมกับชื่อเสียงจริงๆ”
“เย่เทียนเฉินกล้าทำร้ายฉินเหิง ก็มิอาจดูถูกได้แล้ว เพียงแต่น่าเสียดายที่เขาต้องตายแน่นอน เฮ้อ น่าเสียดาย!”
คุณชายหลายคนวิพากษ์วิจารณ์กันเสียงเบา แม้ว่าเย่เทียนเฉินจะอัดฉินเหิงอย่างรุนแรง ทำให้พวกเขารู้สึกยินดีอยู่ในใจ แอบร้องว่าดีกับตัวเอง แต่ว่าต่อจากนั้นก็ไม่มีใครมองเย่เทียนเฉินดีๆ สักคนเดียว พวกเขาคิดว่าเย่เทียนเฉินต้องตายแน่นอน รอจนคนของตระกูลฉินไล่ตามมาถึง คนที่จะถูกอัดจนครึ่งเป็นครึ่งตายหรือกระทั่งตายโดยศพไม่สมบูรณ์ต้องเป็นเย่เทียนเฉินอย่างแน่นอน
“พนักงาน… เอาซุปมะเขือเทศไข่ไก่เพิ่มอีกที่ ยกขึ้นมา…” เย่เทียนเฉินไม่สนใจการวิพากษ์วิจารณ์ของเหล่าคุณชายรอบๆ ตะโกนลงไปยังชั้นล่างต่อไป
พนักงานทั้งหมดในเป้ยเฟิงเซวียนหนีไปตั้งนานแล้ว ไหนเลยจะมีคนกล้าเสิร์ฟซุปมะเขือเทศไข่ไก่ขึ้นไปให้เย่เทียนเฉินอีก และตอนนี้ก็มีเพียงเย่เทียนเฉินที่มีกะจิตกะใจตะโกนและดื่มซุปมะเขือเทศไข่ไก่
เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ด้านนอกของเป้ยเฟิงเซวียนก็มีเสียงไซเรนตำรวจดังขึ้น รถตำรวจหลายคันจอดอยู่หน้าประตูของร้านเป้ยเฟิงเซวียน ตำรวจพร้อมด้วยอาวุธและกร