ะสุนปืนหลายสิบนายลงมาจากรถ ผู้นำก็คือหลูเซิ่งต๋าบิดาของหลูวั่ง คนที่แจ้งตำรวจก็คือหลูวั่งนั่นเอง เขาคิดว่าหากบิดาของตนสามารถพาตัวเย่เทียนเฉินไปได้ ถึงตอนนั้นไม่เพียงแต่ตระกูลฉินจะไม่สืบสาหาความกับตนเรื่องที่ฉินเหิงถูกทำร้าย ทั้งยังอาจจะมีสัมพันธ์อันดีกับตระกูลหลูของตนอีกด้วย นี่เป็นโอกาสที่จะได้เลื่อนขั้นครั้งหนึ่ง
เสียงไซเรนรถตำรวจทำให้เหล่าคุณชายที่อยู่ในที่เกิดเหตุตกใจจจนสะดุ้ง หลายคนลงไปดูที่ชั้นล่าง พบว่ามีตำรวจติดอาวุธอยู่เต็มไปหมด ทุกคนเกิดความรู้สึกงงงวยอยู่บ้าง หลายคนควักโทรศัพท์ออกมาโทรหาที่บ้าน ต้องการจะทำเป็นไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ฉินเหิงถูกทำร้ายเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกผลกระทบไปด้วย
เย่เทียนเฉินไม่สนใจตำรวจติดอาวุธที่บุกทะลวงขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย ยังคงนั่งไขว่ข้างและบริการจุดบุหรี่ขึ้นสูบด้วยตัวเอง หลูวั่งมองเย่เทียนเฉินแล้วจึงเดินเข้าไป มุมปากประดับไปด้วยรอยยิ้มลำพองใจพลางกล่าวว่า “อีกสักพักพวกเราไปกันเถอะ คนอื่นจะได้ไม่มองเราไม่ดี”
“ไสหัวไป!” เย่เทียนเฉินกล่าวเสียงเข้ม
“เฮอะ เย่เทียนเฉิน แกอัดฉินเหิงจนมีสภาพแบบนี้ ตระกูลฉินไม่ปล่อยแกไปแน่ พ่อของฉันพาคนมาจับตัวแก ทางที่ดีแกรู้จักวางตัวดีๆ สักหน่อย ไม่งั้นอย่ามาหาว่าฉันไม่เกรงใจ!” หลูวั่งเห็นว่าจนถึงตอนนี้เย่เทียนเฉินก็ไม่ยอมโอนอ่อนผ่อนตาม ในใจก็รู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้างจึงกล่าวออกมา
ไหนเลยจะรู้ว่า คำพูดของหลูวั่งเพิ่งจะออก