เมื่อเจอกับฉินเหิงที่มาสร้างความยุ่งยากและหาเรื่องตนเอง เย่เทียนเฉินก็ไม่เกรงใจ ถ้าหากปล่อยให้คนคนนี้โอหังอวดดีต่อไป ไม่ใช่ว่าจะเป็นการรบกวนชีวิตอันสงบสุขของคนในครอบครัวตนเองหรอกหรือ? ดังนั้นจึงต้อนรับฉินเหิงด้วยตะเกียบข้างหนึ่ง ชิงหักขาซ้ายของเขาก่อนเพื่อเป็นการสั่งสอน หากว่ายังกล้าโอหังอีกล่ะก็ เกรงว่าขาขวาของเขาก็คงจะรักษาไว้ไม่ได้แล้ว
คำพูดของหลูวั่งทำให้นายน้อยจอมเสเพลทุกคนที่นี่มองเย่เทียนเฉินด้วยความตกตะลึงตาค้าง พวกเขาคิดไม่ถึงเลยว่าชายวัยรุ่นที่นั่งกินข้าวอยู่ข้างๆ โดยไม่พูดไม่จามาโดยตลอด ที่แท้ก็เป็นอดีตตัวตลกของทั่วทั้งเมืองหลวง ชายที่ทุกวันนี้เป็นตำนานอันจับต้องได้ของทั่วทั้งเมืองหลวง
“อะไรนะ? ไอ้หมอนั่นก็คือเย่เทียนเฉิน?”
“เป็นไปไม่ได้ ดูไปแล้วไม่เห็นโง่เลย!”
“ไอ้หมอนี่บ้าไปแล้ว กล้าลงมือกับฉินเหิงต้องตายแน่ๆ”
“ท่าทางไอ้หมอนี่คงปัญญาอ่อน ไม่คิดว่าจะกล้าลงมือกับฉินเหิง ไม่ใช่แค่เขารนหาที่ตาย เกรงว่าตระกูลเย่ทั้งตระกูลก็จบเห่แล้ว”
เหล่าคุณชายที่อยู่ ณ ที่นี้ต่างก็พากันวิพากษ์วิจารณ์เสียงเบา ไม่มีสักคนที่จะมองเย่เทียนเฉินในแง่ดี แม้ว่าการปรากฏตัวของเย่เทียนเฉินจะทำให้พวกเขารู้สึกแปลกใจไม่มากก็น้อย แต่ว่าพวกเขาไม่เชื่อโดยเด็ดขาดว่าเย่เทียนเฉินจะเป็นคู่ต่อสู้ของฉินเหิงได้
“แกก็คือเย่เทียนเฉิน?” ใบหน้าของฉินเหิงปรากฏรอยยิ้มน่าเกลียด มองไปยังเย่เทียนเฉินอย่างโหดเหี้ยมพลางกล่า