คนไม่เอาไหนและเศษสวะที่เลื่องชื่อหรือไม่? เกรงว่าตอนนี้จะไม่มีสักคนกล้าที่จะเชื่อ
“ฉินเหิง ดูท่าลูกน้องบอดี้การ์ดของแกก็ไม่เห็นจะเท่าไหร่ คุ้มครองแกไม่เห็นจะได้!” เย่เทียนเฉินมองฉินเหิงพลางกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ฉินเหิงในตอนนี้ตกใจจนตัวสั่นไปตั้งนานแล้ว เขาอยู่กับบอดี้การ์ดข้างกายไม่ใช่แค่วันสองวัน ฝีมือของพวกเขาแข็งแกร่งขนาดไหนฉินเหิงรู้เป็นอย่างดี คนธรรมดาไม่สามารถเข้าใกล้ตัวเขาได้เลย ต่อให้เจอกับคนที่ร้ายกาจก็ยังมีฝีมือพอที่จะปกป้อง แต่ต่อหน้าเย่เทียนเฉิน ยอดบอร์ดี้การ์ดสองคนของตนเองกลับอ่อนแอไร้ทางสู้เช่นนี้ ทำให้การป้องกันที่เป็นไพ่ตายในใจของเขาพังทลายสิ้น
“แก…”
“อย่าพูดเชียว แกพูดคำหนึ่ง ฉันก็เกิดมีความคิดว่าอยากจะเตะแกขึ้นมาหนึ่งครั้ง” เย่เทียนเฉินกล่าวขัดคำพูดของฉินเหิงด้วยรอยยิ้มเช่นเดิม
ฉินเหิงตกใจจนถอยหลังไม่หยุด ณ เวลานี้ เขาไม่สนใจอาการบาดเจ็บที่ขาขวาของตนแล้ว แทบอยากจะออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้ ในใจเขารู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากที่ตนเองลำพองใจเกินไป ไม่เห็นเย่เทียนเฉินอยู่ในสายตาจนเกินไป ไม่คิดว่าฝีมือของเย่เทียนเฉินจะแข็งแกร่งขนาดนี้ ขอเพียงแค่ตนเองหนีไปได้ เช่นนั้นแล้วด้วยศักยภาพของตระกูลฉิน ไม่ว่าจะเป็นยอดฝีมือพรรควรยุทธ์โบราณก็ดี ผู้แข็งแกร่งที่มีพลังพิเศษก็ดี ล้วนสามารถเชิญมาได้ ถึงตอนนั้นค่อยเชิญยอดฝีมือมาเก็บกวาดเย่เทียนเฉินก็เรียบร้อยแล้ว เพียงแต่น่าเสียดายดูท่าทางแล้ว เย