่เทียนเฉินเหมือนจะไม่คิดปล่อยตนเองไปง่ายๆ
เสียงฟิ้วดังขึ้น บอดี้การ์ดคนที่เหลือก็ล้มลงไปกับพื้น แต่เย่เทียนเฉินไม่ได้ฆ่าเขา ยังคงกล่าวได้ดังเดิมว่า เย่เทียนเฉินไม่ใช่ผู้ที่เสพติดการฆ่า ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องฆ่าบอดี้การ์ดทั้งสองคนนี้ ดังนั้นเย่เทียนเฉินจึงปล่อยหมัดใส่บอดี้การ์ดคนนั้นทำให้เขาสลบสติลงกับพื้น
เย่เทียนเฉินสองมือล้วงอยู่ในกระเป๋ากางเกง ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มตลอดเวลา มองไม่เห็นถึงเจตนาร้ายแม้เพียงครึ่งส่วน เดินยิ้มไปยังฉินเหิง ฉินเหิงตกใจจนเดินเซ หากไม่ใช่เพราะใช้มือยันโซฟาเอาไว้คงจะล้มลงกับพื้นราวสุนัขกินขี้ไปแล้ว
ตอนที่ฉินเหิงหมุนตัว เย่เทียนเฉินก็เดินมาถึงด้านหน้าเขาแล้ว ทำเพียงยิ้มมองเขาอยู่เช่นนั้นไม่ได้ลงมือลงไม้อะไร ทำเพียงแค่จ้องมองเช่นนั้น
“แก…แกคิดจะทำอะไร?” ฉินเหิงตกใจจนกล่าวถามออกมาด้วยน้ำเสียงอันสั่นเทิ้ม
“ประโยคนี้ฉันควรจะถามแกมากกว่ารึเปล่า? นายน้อยฉิน แกหาฉันมีธุระอะไร?” เย่เทียนเฉินกล่าวถามด้วยรอยยิ้ม
“ผม…ผมก็แค่ได้ยินชื่อเสียงของพี่เย่มานาน อยากจะรู้จักสักหน่อยก็แค่นั้น…”
พูดประโยคนี้จบ ฉินเหิงเองทั้งโกรธทั้งอาย ใบหน้าแดงก่ำ แทบอยากจะมุดหน้าเข้าไปในดิน ส่วนเหล่าคุณชายที่อยู่ตรงนี้ ต่างก็อยากจะถ่มน้ำลายใส่ฉินเหิงให้จมน้ำลายตาย เมื่อสักครู่นี้เจ้าหมอนี่ยะโสโอหังขนาดไหน ตบหลูวั่งครั้งแล้วครั้งเล่า ข้างๆ มีคนพูดถึงความเป็นธรรม ก็เตะไม่เลี้ยง แถมยังประกาศศ