า
“พะ…พี่ฉิน ไอ้เด็กเย่เทียนเฉินคนนั้นฝีมือไม่อ่อนแอ ตอนแรกก็อัดลั่วเหลยที่เทียนซ่างเหรินเจียนจนไม่มีเรี่ยวแรงจะโต้ตอบ พี่ก็ระวังหน่อยนะครับ” หลูวั่งที่กุมใบหน้าครึ่งหนึ่งของตนเองไว้แสดงความหวังดีต่อฉินเหิง ต่อให้ฉินเหิงหักขาของเขา เขาก็ไม่กล้าพูดจาไร้มารยาทกลับไป นี่เป็นเพราะเบื้องหลังและศักยภาพขงอตระกูล จึงจำเป็นต้องโอนอ่อนผ่อนตาม
ปัง!
คำพูดของหลูวั่งเพิ่งออกจากปาก ฉินเหิงก็เตะไปอีกครั้งหนึ่ง คนคนนี้เป็นไอ้บ้าคนหนึ่งจริงๆ เป็นหมาบ้าตัวหนึ่ง เป็นหมาที่ไร้มนุษยธรรม ผู้อื่นเตือนคุณด้วยความหวังดี คุณกลับลงมือทำร้ายคน ช่างไม่รู้จักผิดชอบชั่วดีเอาเสียเลย ช่างเหลือเกินจริงๆ
“ลั่วเหลย? มันนับเป็นตัวอะไรได้? ความสามารถของมันเทียบได้กับลูกน้องของฉันรึไง? ด้วยบอดี้การ์ดที่แข็งแกร่งสองคนที่อยู่ข้างหลังฉัน ไม่ต้องพูดถึงเย่เทียนเฉินแค่คนเดียว ต่อให้เย่เทียนเฉินสิบคนก็ต้องมาคุกเข่าต่อหน้าบิดาที่นี่และก้มหัวร้องขอชีวิต” ฉินเหิงยิ่งพูดก็ยิ่งบ้า บ้าจนไม่มีขอบเขต
“งั้นก็ดีครับ งั้นด็ดีครับ!” หลูวั่งมองฉินเหิงพลางกล่าวด้วยรอยยิ้มขมขื่น
“เย่เทียนเฉิน บิดาไม่สนใจว่ามันจะร้ายกาจแค่ไหนหรือจะมีฝีมือแค่ไหน เจอฉันฉินเหิงก็ต้องคุกเข่า กล้าหาเรื่องคนตระกูลฉินของฉันก็ต้องตาย ถ้าหากตอนนี้มันปรากฏตัวต่อหน้าฉัน ฉันจะหักขาสุนัขของมันทันที…อ๊าก!”
ฉินเหิงเพิ่งจะพูดจบก็ส่งเสียงกรีดร้องออกมา ขาซ้ายทรุดลงแตะพื้นในท่าค