ัง ช่างทำให้ผู้คนต้องแปลกใจเหลือเกิน!”
“ที่สำคัญก็คือ ช่วงนี้จิงตูมีปัญหาซุบซิบที่ใหญ่ที่สุดในจิงตู ต่างก็โคจรอยู่รอบตัวเย่เทียนเฉิน พูดได้ว่าคนๆ นี้ในเวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่วัน ก็ทำให้จิงตูสั่นสะเทือน ฉันอยากจะเห็นคนๆ นี้จริงๆ อยากจะเห็นว่าเขาเป็นคนยังไง…”
ได้ยินเหล่าคุณชายเสเพลพูดคุยกันแบบฉันประโยคหนึ่งนายประโยคหนึ่งขึ้นมา มุมปากของเย่เทียนเฉินก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้นสายหนึ่ง สนใจเพียงก้มหน้ากินข้าวอยู่ข้างๆ ที่ทำให้เขาคิดไม่คิดก็คือ เหล่าคุณชายที่รวมตัวกันอยู่ในเป้ยเฟิงเซวียนแห่งนี้ ข่าวสารช่างไวจริงๆ
“ชิ พวกนายจะไปรู้อะไรมากมาย มีเพรยงข่าวของนายน้อยหลูเร็วที่สุดและมีประโยชน์ที่สุดแล้ว” ชายตัวผอมร่างเตี้ยคนหนึ่งกล่าวพลางส่ายหน้า
ตอนนี้เอง เย่เทียนเฉินเงยหน้าขึ้นมองฝั่งตรงข้าม เห็นหลูวั่งนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟา ก็มีความรู้สึกเหมือนมีอะไรอยู่ในใจ หลู่วั่งคนๆ นี้ตอนที่อยู่ที่เทียนซ่างเหรินเจียน ตอนที่ตนเองอัดลั่วเหลยนั้น เขายืนอยู่ข้าๆง ตั้งแต่ต้นจนจบ คอยสังเกตโดยที่ไม่พูดอะไรสักคำเดียว ความฉลาดเฉลียวของคนๆ นี้ลึกล้ำกว่าลั่วเหลยมากนัก
“พี่หลู ได้ยินว่าวันนั้นตอนที่เย่เทียนเฉินไปอัดลั่วเหลย พี่ก็อยู่ในที่เกิดเหตุด้วย เล่าให้พวกเราฟังหน่อยได้ไหม?” มีผู้สอดรู้กล่าวกับหลูวั่งยิ้มๆ
หลูวั่งมองคนเหล่านี้ กล่าวยิ้มๆ ว่า “ฉันบอกพวกนายได้แค่ว่า เย่เทียนเฉิน เศษสวะของจิงตูคนนี้ปืนป่ายขึ้นมาแล้ว อย่าได