ห้เป็นสามราชันนักรบของจีน ก็นับว่าเป็นยอดฝีมือสูงสุดของจันแล้วใช่หรือไม่ เกรงว่าคงประมาณนี้แหละมั้ง? ช่างทำให้ผู้คนรู้สึกเฝ้ารอจริงๆ เย่เทียนเฉินเองก็เฝ้ารอที่จะได้สู้กับพวกเขาสักตั้ง
“เฮอะ หลูวั่ง ถ้าแกกล้าพูดมั่วๆ กับฉันอีกประโยคเดียวล่ะก็ เชื่อไหมว่าบิดาจะหักขาสุนัขของแกซะ”
ตอนนี้เอง เสียงที่ทั่งหยิ่งทั้งยะโสเป็นอย่างมากเสียงหนึ่งดังขึ้น คนทั้งหมดต่างก็ชะงักไปชั่วครู่ ได้ยินเสียงฝีเท้าจากด้านบน ทุกคนจึงมองไป พวกเขาต่างก็อยากรู้ว่าเป็นใครที่กล้าพูดคำพูดโอหังเช่นนี้ออกมาจากปาก กล่าวด่าหลูวั่งต่อหน้าผู้คนมากมาย
หลูวั่งเป็นลูกชายของหลูเซิ่งต๋าผู้อำนวยการสำนักความปลอดภัยสาธารณะแห่งจิงตู แม้ว่าในจิงตูที่เป็นสถานที่ที่มีเสือหมอบมังกรซ่อนและมีอำนาจใหญ่ตระกูลใหญ่มากมาย ตระกูลหลูไม่นับว่าเป็นอะไรได้ แต่ว่าหลูเซิ่งต๋าสามารถเป็นผู้อำนวยการสำนักความปลอดภัยสาธารณะได้ ก็ย่อมไม่ใช่สัตว์กินพืช คนที่กล้าพูดโอหังว่าจะหักขาของหลูวั่ง เกรงว่าจะมีเพียงไม่กี่คน
“ใครที่แม่งเบื่อชีวิตแล้ววะ ไสหัวออกมาหาบิดาซะ…” หลูวั่งโกรธจนหน้าเขียว ต่อให้ความเฉลียวฉลาดของเขาลึกล้ำยิ่งกว่านี้ ความสามารถในการอดทนดีกว่านี้ ก็ไม่อาจทนการถูกคนด่าต่อหน้าผู้คนมากมายได้
ชายร่างผอมคนหนึ่ง สูงประมาณร้อยเจ็ดสิบห้าเซ็นติเมตร สวมชุดแบรนด์เนมทั้งตัว สวมนาฬิกาโรเล็กซ์ ที่ปากคาบซิการ์อยู่มวนหนึ่ง ข้างหลังมีบอร์ดี้การ์ดร่างใหญ่ตามมาสอ