ตอนที่ครอบครัวเย่เทียนเฉินจากบ้านหลักตระกูลเย่ไป ก็เป็นเวลาประมาณห้าทุ่มแล้ว ตอนที่เห็นเย่หงผู้เป็นพ่อออกมาจากห้องหนังสือของผู้อาวุโสเย่หย่วนซาน ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มอันเจิดจ้า หลัวเยี่ยนดีใจ เย่เฉี่ยนเหวินก็ดีใจ ถึงแม้ว่พวกเขาไม่รู้ว่าผู้อาวุโสกับเย่หงคุยอะไรกัน แต่ดูท่าทางแล้วมีความสุขมาก
สำหรับเย่หงที่เป็นลูกกตัญญูคนหนึ่ง สามารถพูดคุยกับบิดาอย่างมีความสุขได้ ก็เป็นเรื่องที่ทำให้เขาสุขที่สุดแล้ว โดยเฉพาะหลายปีมานี้ เย่หย่วนซานผู้เป็นพ่อทำไม่ดีกับตนเอง ทำให้เย่หงรู้สึกไม่ยุติธรรมและรู้สึกเสียใจอยู่บ้าง แต่ทั้งหมดนี้มันผ่านไปแล้ว นอกจากนี้สาเหตุที่ทำให้เขาคาดไม่ถึงก็คือเย่เทียนเฉินผู้เป็นลูก
ตอนที่เดินออกมาจากห้องหนังสือ คำพูดประโยคนั้นของบิดา ทำให้เย่หงรู้สึกว่ามีความหมายลึกซึ้งกระตุ้นให้เกิดความสนใจ และวนเวียนอยู่ในสมอง อดไม่ได้ที่จะมองเย่เทียนเฉินอย่างละเอียด ดังเช่นที่เย่หย่วนซานผู้เป็นบิดากล่าวไว้ว่า “เย่เทียนเฉินในตอนนี้ ไม่สามารถใช้สายตาเหมือนเมื่อก่อนมองเขาได้อีกแล้ว บางทีเขาอาจจะมีชื่อเสียงสั่นสะท้านจิงตู หรือกระทั่งชื่อเสียงสั่นสะท้านจีน การยกระดับของตระกูลเย่บางทีอาจจะต้องพึ่งพาเขาแล้ว…”
นั่งอยู่ในรถเก๋ง ผู้อาวุโสเย่หย่วนซานให้คนขับรถของบ้านหลักใช้รถส่วนตัวของเขาไปส่งครอบครัวเย่เทียนเฉินกลับ ตลอดทางหลัวเยี่ยนและเย่เฉี่ยนเหวินต่างก็มีความสุขเป็นอย่างมาก หลายปีมาแล้ว ในท