ี่สุดผู้อาวุก็สปล่อยวางจากพวกเขาแล้ว ครอบครัวใหญ่สามารถใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุขข จึงจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
เย่หงมองเย่เทียนเฉินผู้เป็นลูก กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “เทียนเฉิน ยี่สิบปีแล้ว ในที่สุดลูกก็เติบโตแล้ว พ่อปลื้มใจมาก หวังว่าภายภาคหน้าลูกจะสามารถแบกรับภาระสำคัญได้!”
“พ่อครับ คำพูดนี้ของพ่อเหมือนจะมีความหมายซ่อนอยู่ มีอะไรก็พูดมาตรงๆ เถอะครับ พวกเราพ่อลูกไม่จำเป็นต้องเกรงใจกันเช่นนี้หรอกใช่ไหมครับ?” เย่เทียนเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม
เย่เทียนเฉินที่ได้ยินเนื้อหาการสนทนาของเย่หงและเย่หย่วนซานผ่านทางพลังพิเศษแห่งการรับรู้ตั้งนานแล้ว ก็เดาออกว่าบิดาจะพูดอะไร ดังนั้นจึงถามอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้
“ฮ่าๆ ลูกนี่นับวันก็ยิ่งฉลาดขึ้นจริงๆ งั้นพ่อก็ทำได้แต่พูดแล้วล่ะ เห็นว่าลูกเปลี่ยนแปลงไป พ่อก็ดีใจ แต่พ่อยังหวังว่าลูกจะทำเรื่องที่สามารถกระทำได้ จิงตูมีอำนาจใหญ่และตระกูลใหญ่มากมาย มีเสือหมอบมังกรซ่อน มีบางคนที่พวกเราตระกูลเย่ไม่สามารถไปหาเรื่องได้อย่างเด็ดขาด ดังนั้นพ่อหวังว่าลูกจะระมัดระวังสักหน่อย” เย่หงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
เย่เทียนเฉินรู้ว่าที่เย่หงผู้เป็นพ่อกล่าวคำเหล่านี้ ไม่ใช่เพื่อบอกให้ตนเองระมัดระวังจนทำอะไรก็วิตกกังวลเกินไป แต่เพื่อให้ใช้สมองให้มากๆ ถึงจะสามารถระมัดระวังทุกย่างก้าวได้ ให้ก้าวเดินไปโดยใช้กำลังและยุทธศาสตร์ ความต้องการจะพัฒนาตระกูลให้รุ่งเรืองนั้นไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ชั่ว