นี้ แน่นอนว่ามีเย่เทียนเฉินอยู่ ใครก็ไม่อาจมายุ่งย่ามกับคนใกล้ชิดของเขาได้ เพียงแต่ว่าเขารู้ดีว่าเวลานั้น พี่น้องกลายเป็นศัตรู แตกหักกันถึงที่สุด เย่หงผู้เป็นบิดาย่อมต้องเสียใจเป็นอย่างมากแน่นอน
“เทียนเฉิน…”
“ลูก พ่อ แม่คิดว่าลูกพูดได้ถูกต้อง คุณอดทนมาหลายปีเพื่อให้ครอบครัวใหญ่พร้อมหน้า นี่เป็นเวลาที่จะคืนสนองแล้ว หากเป็นเช่นนี้ต่อไปตลอด ต้องมีสักวันหนึ่ง อาจจะไม่ใช่ง่ายๆ เพียงแค่พี่น้องกลายเป็นศัตรูกันเท่านั้น…” หลัวเยี่ยนแม้จะเป็นแม่บ้านคนหนึ่ง แต่ก็เป็นผู้หญิงที่ฉลาดมาก เธอเข้าใจความคิดของเย่หงผู้เป็นสามี ตอนนี้เธอเห็นด้วยกับคำพูดของเย่เทียนเฉินลูกชาย
“เฮ้อ ผมก็รู้ว่าที่พวกคุณพูดถูก แต่ว่าถ้าสามารถกลมเกลียวกันได้ก็กลมเกลียวกันสักหน่อยเถอะ!” เย่หงกล่าวพลางถอนใจออกมาครั้งหนึ่ง
“พ่อครับ พ่อก็ทำงานเลขาธิการคณะกรรการของพ่อให้ดี เรื่องเล็กๆ พวกนี้ก็ให้ผมจัดการ ผมลำดับความสำคัญได้น่า!” เย่เทียนเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม
กลับถึงคฤหาสน์ตระกูลเย่ ก็เป็นเวลาเที่ยงคืนแล้ว ฉีหรูเสวี่ยเข้านอนไปนานแล้ว บนโต๊ะอาหารมีอาหารอยู่ หลัวเยี่ยนและเย่เฉี่ยนเหวินเห็นก็รู้สึกซาบซึ้งใจ เดิมทีพวกเขานึกว่าฉีหรูเสวี่ยเป็นคุณหนูใหญ่สูงศักดิ์ของตระกูลฉี ตั้งแต่เด็กก็ได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างดี ไหนเลยจะรู้ว่าฉีหรูเสวี่ยสามารถทำหน้าที่แม่บ้านได้เป็นอย่างดี หน้าตาก็งดงาม ทั้งยังเข้าใจเรื่องราวต่างๆ หลัวเยี่ยนอดไม่ได้ที่จ