ะคิดว่า มีผู้หญิงเช่นนี้มาเป็นลูกสะใภ้ของตนเอง ช่างโชคดีเหลือเกิน ส่วนเย่เฉี่ยนเหวินกลับคิดว่า มีพี่สาวหรูเสวี่ยเป็นพี่สะใภ้ ไม่เพียงแต่ได้รับการดูแลอย่างดีแต่ยังได้หน้าอีกด้วย!
“เป็นเด็กดีจริงๆ เทียนเฉิน เด็กตัวเหม็นอย่างลูกก็ยังไม่ชอบ ไม่ใช่ว่าสมองมีปัญหาแล้วเหรอ?” หลัวเยี่ยนมองอาหารเต็มโต๊ะ แล้วจึงกล่าวกับเย่เทียนเฉินพลางใช้สายตาเหยียดหยามมองเย่เทียนเฉิน
“พี่ หนูคิดว่าพี่โชคดีแต่ไม่รับรู้ถึงความโชคดีนี้เสียเลย พี่หรูเสวี่ยหลงรักพี่ ช่างตาบอดจริงๆ ให้ความจริงใจไป ได้ความเย็นชาของพี่ตอบแทน คงจะเสียใจมากเลย แต่ว่าพี่หรูเสวี่ยก็ยังยืดหยัดมาโดยตลอด นี่ก็เพียงพอแล้วที่จะพิสูจน์ว่าเธอรักพี่แค่ไหน พี่หรูเสวี่ยที่น่าสงสาร…ฮือๆ!” เย่เฉี่ยนเหวินน้องสาวกล่าวพลางแสร้งทำท่าทางร้องไห้โฮอย่างเวอร์วัง
“คุณแม่ครับ คุณน้องครับ ผมไม่รู้จริงๆ ว่าฉีหรูเสวี่ยมีอะไรดี พวกแม่ถูกเธอวางยาแล้ว ทั้งยังเป็นยาแรงอีกด้วย เฮ้อ!” เย่เทียนเฉินกล่าวอย่างร้องไห้ไม่ออกหัวเราะไม่ได้
“คนโง่!” แม่และน้องสาวตะโกนใส่เย่เทียนเฉินพร้อมกัน
เย่เทียนเฉินส่ายหัวอย่างไร้คำพูด ทำได้เพียงนั่งลงบนโซฟา มองดูหลัวเยี่ยนผู้เป็นแม่และเย่เฉี่ยนเหวินน้องสาวกินมื้อเย็นของฉีหรูเสวี่ยต่อไปอย่างมีความสุข และก็เป็นอาหารมื้อดึกด้วย ส่วนเย่หงผู้เป็นพ่อกลับชงชาแก้วหนึ่ง นั่งข้างเย่เทียนเฉิน
“เทียนเฉิน เกี่ยวกับเรื่องของฉีหรูเสวี่ย แม่ของลูกพูดกั