ตระกูลเย่ของพวกแกให้กำเนิดเศษสวะไม่เอาไหนออกมาคนหนึ่ง ฉันดูแล้วเขาไม่เพียงแค่เป็นเศษสวะ แต่ยังปัญญาอ่อนอีกด้วย ไอ้ปัญญาอ่อนที่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ…”
“ใครปัญญาอ่อน? ฉันว่าแกนั่นแหละปัญญาอ่อน ทั้งตระกูลแกสิปัญญาอ่อน!” เย่เทียนเฉินพูดด่ากลับคำเดิม ไม่ไว้หน้าลั่วซงเฉิงเลยแม้แต่น้อย
“แก…” ลั่วซงเฉิงโกรธจนหน้าเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวม่วง คนตระกูลเย่พวกนี้ มีเพียงเย่เทียนเฉินคนเดียวที่ไม่เห็นเขาอยู่ในสายตา กล้าที่จะหาเรื่อง กลัวการข่มขู่ของเขาซึ่งเป็นรองผู้บัญชาการทหารระดับเขตซะที่ไหน
“แกอะไร? ไอ้แก่ ฉันเคารพที่แกเป็นผู้ใหญ่ ถึงจะเตือนแกสักคำ อย่าอาศัยที่ว่าตัวเองแก่แล้วมาสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น ฉันรับไม่ได้” เย่เทียนเฉินกล่าวพลางมองลั่วซงเฉิงอย่างไม่แยแส
“ดี ดี ดี ผู้อาวุโสเย่ ในเมื่อหลานของคุณโอหังเช่นนี้ ก็อย่ามาโทษว่าผมไม่เกรงใจแล้วกัน!”
ลั่วซงเฉิงโกรธจนแทบจะเต้นเร่าๆ ถึงขั้นพูดคำว่าดีสามครั้ง และเตรียมที่จะใช้ปืน เขาไม่เชื่อว่า ทหารคนสนิทพร้อมด้วยอาวุธปืนหลายสิบคน ซึ่งได้ปิดล้อมบ้านตระกูลเย่ไว้แล้ว จะไม่สามารถทำให้เย่เทียนเฉินคุกเข่าร้องขอชีวิตได้
ในตอนที่ลั่วซงเฉิงกำลังจะออกคำสั่งให้ทหารคนสนิทหลายสิบคนที่ล้อมตระกูลเย่อยู่นั้นให้เปิดฉากยิง โทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้น ตอนนี้เอง ลั่วซงเฉิงที่เดิมทีมีท่าทีโกรธจัด ไม่แม้แต่จะมองเบอร์ที่ปรากฏบนหน้าจอ ก็รับโทรศัพท์แล้วตะโกนด้วยเสียงอัน