ดังว่า “ใคร? มีอะไรก็รีบพูดมา มีลมก็รีบผาย…”
ประโยคหนึ่งยังไม่ทันพูดจบ สีหน้าของลั่วซงเฉิงก็เปลี่ยนไป คำพูดก็เปลี่ยนท่าทีไปแปดส่วน มุมปากมีร้อยยิ้มขมขื่นประดับอยู่พลางกล่าวว่า “พี่ชาง ท่านบอกว่า ท่านบอกว่า…”
“ทราบแล้วครับ ทราบแล้วครับ รบกวนท่านบอกต่อรองประธานาหยางด้วยนะครับ ผม ผมเองก็หุนหันไปหน่อย…”
หลังจากที่วางโทรศัพท์ไป ลั่วซงเฉิงก็มองเย่เทียนเฉินด้วยใบหน้าเขียวคล้ำ รู้สึกไม่เต็มใจเป็นอย่างมาก แต่เขาก็จนใจ จะอย่างไรเขาก็คิดไม่ถึงว่า ชางหลางจะโทรมาหาตนเอง หากกล่าวถึงชางหลางแล้ว ตำแหน่งของเขาสูงกว่าตนเองไม่เท่าไหร่ ยังไม่มีอำนาจสั่งการตนเอง แต่ว่าในคำที่ชางหลางกล่าวตอนสุดท้ายนั้น บอกเขาอย่างชัดเจนว่า นี่คือ “น้ำใจของรองประธานหยาง” นี่ทำให้ลั่วซงเฉิงสั่นสะท้าน ไม่อาจไม่ชั่งน้ำหนักความสำคัญของเรื่องนี้
รองประธานหยาง คือรองประธาน คณะกรรมาธิการทหาร เป็นตำแหน่งเช่นไรนั้น ลั่วซงเฉิงย่อมกระจ่างแจ้งดี สำหรับคำสั่งของเขา ตนเองไม่กล้าที่จะไม่ฟัง ขนาดในฝันก็ยังคิดไม่ถึงว่ารองประธานหยางจะถึงกับช่วยพูดให้เย่เทียนเฉิน ยืนอยู่ข้างเย่เทียนเฉิน นี่ตกลงแล้วมันเพื่ออะไรกัน? เมื่อไหร่กันที่ตระกูลเย่ผูกสัมพันธ์กับรองประธานหยาง?
“เย่หย่วนซาน เรื่องนี้ผมไม่ยอมแพ้แค่นี้แน่ คอยดูพวกเราก็แล้วกัน!”
ลั่วซงเฉิงทิ้งคำพูดอันน่ากลัวไว้ประโยคหนึ่ง แล้วนำทหารคนสนิทพร้อมด้วยอาวุธปืนหลายสิบคนของตนเองถอนกำลังออกจากบ้