แม้แต่น้อย ต่อสู้อย่างเต็มกำลัง เพียงแต่ตอนนี้เขาไม่ได้ใช้ความสามารถของพลังพิเศษระดับจอมราชัน ไม่ใช่ว่าเขาอวดดี เขารู้ว่าหากตนเองไม่ใช้พลังพิเศษก็ไม่สามารถเอาชนะเถี่ยฉุยได้แน่นอน เพียงแต่เขาอยากจะดูว่าตนจะสามารถยืนหยัดไปได้ถึงไหน มีเพียงช่วงเวลาวิกฤตเท่านั้น ศักยภาพภายในร่างกายของมนุษย์จึงจะสามารถระเบิดออกมาได้ เขาอยากจะหยิบยืมส่วนนี้ไปขับเคลื่อนแก่นพลังในสมองของตน
ไม่ถึงสิบนาที ภายในขอบเขตหนึ่งร้อยแมตรที่เย่เทียนเฉินและเถี่ยฉุยทำการต่อสู้กัน ก็กลายเป็นพื้นที่ระเกะระกะผืนหนึ่ง กระทั่งบนพื้นก็ปรากฏหลุดบ่อมากมาย ทุกที่ล้วนมีเศษหินหรือกระทั่งฝุ่นควัน พวกเย่หงหลายคนที่เห็นการต่อสู้ ทั้งหมดนั้นนึ่งอึ้งราวกับรูปสลักไปนานแล้ว การต่อสู้ของเถี่ยฉุยและเย่เทียนเฉินทั้งสอง เกินกว่าที่จนธรรมดาจะจิตนาการได้ไปแล้ว มีสีสันมากกว่าบทบู๊ในละครและในหนังเป็นร้อยเท่า
“ไม่คิดเลยว่าไอ้หนูอย่างนายจะแข็งแกร่ง!” เถี่ยฉุยมองไปยังเย่เทียนเฉินพลางกัดฟันพูด เขารัวหมัดต่อเนื่องนับพัน ทุกครั้งต่างก็ทำให้เกิดการผันแปรลมปราณอย่างรุนแรง เริ่มจะหอบหายใจเล็กน้อย บนใบหน้าของเขาปรากฏรอยหมัดของเย่เทียนเฉินสามรอย หน้าบวมฉึ่งไปครึ่งหน้า
“ฝีมือของคุณก็ไม่แย่ ยังไง หยุดมือแล้วมาประมือวัดดวงกันครั้งสุดท้ายไหม?” เย่เทียนเฉินกล่าวถาม ตาซ้ายมีรอยหมัดอยู่หนึ่งรอย ถูกต่อยจนตาเขียว
“รับคำท้า หากว่าแกทนการโจมตีครั้งนี้ของฉันได้ ก็ถือ