ี่เมือง ทุกสิ่งที่อย่างที่ทำก็ล้วนแต่โอหัง หากเขาสามารถจัดการตระกูลลั่วได้จริงๆ งั้นก็น่าสนุกมาก…” ชายร่างอ้วนหัวเราะฮี่ๆ พลางกล่าว
เย่เทียนเฉินเดินออกจากเป้ยเฟิงเซวียน คิดว่าจะทำอย่างไรจึงจะช่วยหยางไห่พ่อบุญธรรมของอู๋เสวี่ยออกมาได้ เมื่อพูดไปแล้วก็ต้องทำตามคำพูด ในเมื่อตอบรับอู๋เสวี่ยแล้วว่า ขอเพียงแค่เขาฆ่าลั่วเหลยกับลั่วเทาก็จะช่วยพ่อบุญธรรมของเขาออกมา เช่นนั้นเย่เทียนเฉินก็ย่อมต้องคิดหาวิธี
เพิ่งจะเดินออกมาจากเป้ยเฟิงเซวียน เสียงโทรศัพท์มือถือของเย่เทียนเฉินก็ดังขึ้น เมื่อดูก็พบว่าเป็นเบอร์ที่ไม่ปรากฏเบอร์โทรศัพท์โทรเข้ามา จึงกดปุ่มรับสายด้วยความสงสัย
“ฮัลโหล คุณจะคุยกับใครครับ?” เย่เทียนเฉินเปิดปากกล่าวถาม
“ฉันเอง นายลองดูหน่อยว่าตอนนี้รอบๆ มีคนตามนายรึเปล่า หรือไม่ก็อาจจะถูกคนแอบดักฟังหรือเปล่า” อีกฝั่งของโทรศัพท์มีเสียงผู้ชายตอบกลับมา
เย่เทียนเฉินขมวดคิ้ว รีบมองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว ด้วยพลังพิเศษแห่งการรับรู้ พบว่าไม่มีคนที่น่าสงสัยอะไร จึงเปิดปากกล่าวว่า “อู๋เสวี่ย นายช่วยฉันฆ่าลั่วเหลยกับลั่วเทาแล้ว ฉันจะทำตามคำสัญญาของฉัน จะช่วยพ่อบุญธรรมนายออกมา!”
ที่แท้คนที่โทรเข้ามาก็คืออู๋เสวี่ยนั่นเอง คนๆ นี้เมื่อคืนไปฆ่าลั่วเหลยกับลั่วเทาจริงๆ แล้วยังทิ้งข้อความเอาไว้ตามคำพูดของเย่เทียนเฉินอีกด้วย ทำให้คนตระกูลลั่วรู้ว่าคนที่ฆ่าลั่วเหลยกับลั่วเทาไม่ใช่เขาอู๋เสวี่ยแต่เป็นเย่เทียนเฉิน
“