่ถูกแทงใส่ ต่างก็ก็ทิ้งร่องลึกไว้หลายร่อง จินตนาการได้เลยว่าหากโจมตีไปบนร่างกายคนจะมีผลอย่างไร
การต่อสู้ดำเนินไปกว่าครึ่งชั่วโมง รอจนเย่เทียนเฉินและอู๋เสวี่ยหยุดมือลง ใบหน้าของอู๋เสวี่ยถูดต่อยไปสามหมัดจนหน้าบวมจมูกบวม ส่วนเสื้อผ้าที่อยู่บนร่างของเย่เทียนเฉินก็เป็นรอยขาดสองรอย โชคดีที่หลบได้อย่างหวุดหวิดผิวจึงไม่เป็นอะไร
ต้นไม้ที่อยู่ในรัศีหนึ่งร้อยเมตรหักโค่นไปทั้งหมด เศษหินกระจายเต็มพื้น ฝุ่นละอองฟุ้งไปทั่ว ต้นไม้ใหญ่เท่าปากชามจำนวนหนึ่งถูกตัดขาด นี่ไม่ใช่ความตั้งใจของอู๋เสวี่ยและเย่เทียนเฉิน เพียงแต่พวกเขาโจมตีวืดไปโดนต้นไม้และก้อนหินพวกนี้จนกลายเป็นสภาพนี้ หากว่ามีคนมเห็นเหตุการณ์นี้เข้าล่ะก็ ต้องตกใจจนปากอ้าตาค้างอย่างแน่นอน การต่อสู้อย่างสุดกำลังของเย่เทียนเฉินและอู๋เสวี่ยนั้นมีสีสันมากกว่าหนังบู๊ในโทรทัศน์และภาพยนตร์เป็นร้อยเท่า
“ฉันยอมรับว่าแกเก่งมาก แต่ว่าคืนนี้ยังไงแกก็ต้องตาย!” อู๋เสวี่ยมองเย่เทียนเฉินพลางกล่าวออกมาเสียงต่ำ
“ก็ลองดูสิ!” เย่เทียนเฉินรับมือด้วยรอยยิ้มตามเดิม
ไม่พูดอะไรมากมายอีก มีดสั้นในมือขวาของอู๋เสวี่ยก็พุ่งออกไปปักอยู่บนตนไม้ด้านข้าง เขายืนนิ่งไม่ขยับ สองมือกำหมัด จ้องมองเย่เทียนเฉินไม่วางตา หมัดทั้งสองวาดออกในรูปสัญลักษณ์หยินหยาง สามารถมองเห็นการผันแปรของพลังงานได้อย่างเลือนราง ใบไม้ที่ตกอยู่บริเวณรอบๆ ของอู๋เสวี่ยถูกพัดข้นมา
“กระบวนท่านี้จนกระทั่งตอนน