าบนขอบหน้าต่างแล้ว
เย่เทียนเฉินยิ้มบางพลางลุกขึ้นยืน เดินออกไปจากห้องนอนของตนเอง ขณะที่เห็นหลัวเยี่ยนผู้เป็นแม่ เย่เชี่ยนเหวินน้องสาว และฉีหรูเสวี่ยคุณหนูใหญ่ผู้สูงศักดิ์ กำลังพูดคุยหยอกล้อกันอยู่ ก็เอ่ยขึ้นว่า “ผมออกไปเดินเล่นย่อยอาหารสักหน่อยนะครับ!”
“เดินเล่น? ย่อยอาหาร? พี่ พี่กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไปแค่ถ้วยเดียวไม่ใช่เหรอ? ยังจะอาหารไม่ย่อยอีกเหรอ?” เย่เฉียนเหวินกล่าวถามด้วยความแปลกใจ”
“อยากจะออกไปหาอะไรกินก็บอกมาชัดๆ เถอะ จะทำฟอร์มไปทำไม!” ฉีหรูเสวี่ยเองก็กล่าวพลางยิ้มอย่างพออกพอใจ
“เธอสิออกไปหาอาหาร เธอสิยัยตะกละ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปต่างหากล่ะที่สุดยอด อร่อยกว่าอาหารที่ใครบางคนทำตั้งเยอะ ฉันตัดสินใจแล้ว ต่อจากนี้ตอนไหนที่ใครบางคนทำอาหาร ฉันก็จะกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป” เย่เทียนเฉินปากแข็ง
“เทียนเฉิน งั้นลูกก็แย่แน่ แม่กำลังคิดอยู่เลยว่าต่อไปนี้จะให้หรูเสวี่ยช่วยแม่ทำอาหาร ให้แม่ซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเตรียมไว้ให้ลูกหลายๆ ลังหน่อยเอาไหม?” หลัวเยี่ยนเองก็เปิดปากถามด้วยรอยยิ้ม
เย่เทียนเฉินรู้สึกหดหู่ใจเป็นอย่างยิ่ง โบกมือเล็กน้อยแล้วเดินออกจากประตูบ้านไป ตอนนี้ไม่มีทางที่จะพูดคุยกับหญิงทั้งสามได้โดยสิ้นเชิง ไม่รู้ว่าฉีหรูเสวี่ยเอายาอะไรให้แม่และน้องกิน ทุกวันนี้พวกเธอถึงได้ยืนอยู่ฝั่งฉีหรูเสวี่ยอย่างเต็มตัว ช่วยพูดให้ฉีหรูเสวี่ยเสร็จสรรพ ไม่สนใจความรู้สึกของผู้เป็นลูกชายและพี่ชายเ