ายกาจขนาดไหน!” อู๋เสวี่ยไม่คิดเลยว่าเย่เทียนเฉินจะหลบหมัดของตนเองที่แข็งแกร่งและรวดเร็วได้ง่ายๆ ในใจจึงสั่นสะท้านอย่างอดไม่ได้ พลันตัดสินใจว่าจะลงมือเต็มกำลัง“งั้นแกระวังตัวด้วยล่ะ!” เย่เทียนเฉินยังคงกล่าวด้วยรอยยิ้ม“โอหัง!”อู๋เสวี่ยคำรามออกมาครั้งหนึ่ง กำหมัดทั้งสองแน่น ดูเหมือนกับนกสยายปีก เตรียมโจมตีอย่างรุนแรงในสายตาของเขา ต่อให้เย่เทียนเฉินมีฝีมืออยู่บ้าง แต่ก็ไม่อาจเอาชนะตัวเขาอู๋เสวี่ยได้เมื่อต้องรับมือกับการออกหมัดอีกครั้งของอู๋เสวี่ย เย่เทียนเฉินก็ขมวดคิ้ว เนื่องจากเขารับรู้ได้ถึงการผันแปรของพลังภายในที่แข็งแกร่งสายหนึ่ง ตอนที่อยู่ในโลกแห่งความวินาศเขาเคยต่อสู้กับผู้แข็งแกร่งจากพรรควรยุทธ์โบราณมาก่อน ดังนั้นเขาจึงคุยเคยกับการรับรู้ถึงความผันแปรของพลังภายในเช่นนี้เป็นอย่างดี อีกทั้งเขายังสัมผัสได้ว่าพลังภายในที่ อู๋เสวี่ยระเบิดออกมายังแข็งแกร่งมากสองหมัดจู่โจม อู๋เสวี่ยสยายปีกยักษ์ออก เมื่ออู๋เสวี่ยออกหมัด การโจมตีด้วยพลังภายในที่แฝงไว้ด้วยความแข็งแกร่ง ทำให้เย่เทียนเฉินราวกับเห็นนกตัวใหญ่พุ่งโจมตีเข้ามา เขาไม่กล้าชักช้า รีบกลิ้งตัวลงบนพื้น แล้วเตะใส่ก้อนหินที่อยู่บนพื้นตู้ม!เสียงหนึ่งดังสนั่นหวั่นไหว สองหมัดของอู๋เสวี่ยซึ่งแฝงไว้ด้วยพลังภายในที่กล้าแข็ง กระแทกใส่ก้อนหินจนแหลกเป็นผุยผง………………………………………………..
ชายคนนั้นขมวดคิ้ว เขาคิดไม่ถึงเลยว่าเย่เทียนเฉินจะสงบเช่นนี้ เขาที่ป