การมีลุงใหญ่กับลุงรองเช่นนี้ ทำให้เย่เทียนเฉินรู้สึกได้ถึงโสกนาฏกรรมในการเกิดใหม่ของตนเอง มิน่าเล่าตระกูลเย่ถึงได้ตกต่ำลงทุกวัน ความเจริญก้าวหน้าของตระกูลอาศัยพลังของคนเพียงคนเดียวทำได้ยากมาก บวกกับหลังจากที่เย่หย่วนซานเกษียณออกมาแล้ว ลูกชายทั้งสามก็ไม่มีใครรับช่วงต่อ โดยเฉพาะแนวโน้มของลูกชายคนโตเย่มู่ไป๋และลูกชายคนรองเย่เฮ่อกั๋ว ที่มีแต่จะการแก่งแย่งชิงดีหนักข้อขึ้นทุกวัน ความแตกแยกเช่นนี้ ตระกูลเย่จะไม่ตกต่ำอย่างไรไหว
ในเมื่อลุงใหญ่และลุงรองไม่เห็นตนเองเป็นคนในครอบครัว เย่เทียนเฉินก็ย่อมไม่เกรงใจ รวมกับได้ยิน หลัวเยี่ยนแม่ของตนได้รับความอยุติธรรม เขาจึงโกรธขึ้นมาในทันที หากไม่เห็นว่าสองคนนี้เป็นพี่ชายของพ่อตน เย่เทียนเฉินคงลงมือไปแล้ว
“แก…แกกล้าใช้กำลังที่บ้านหลักตระกูลเย่ ยังเคารพกฏบ้านอยู่บ้างไหม?” ยามอีกคนหนึ่งที่ตกใจจนสั่นไปทั้งตัวพูดออกมา
เปรี้ยง!
เย่เทียนเฉินยังคงใช้ขาเตะยามอีกคนปลิวกระเด็นออกไป ในขณะที่มองดูยามทั้งสองร้องโอดโอยอยู่บนพื้น เย่เทียนเฉินก็พูดอย่างเย็นชาว่า “สุนัขรับใช้อย่างพวกแกสองคนบังอาจพูดถึงกฏบ้านตระกูลเย่ พวกแกคู่ควรแล้วเหรอ? จากนี้ไปถ้ายังกล้าพูดจาไม่เคารพกับเจ้านายอีก ใครก็ปกป้องชีวิตสุนัขของพวกแกไว้ไม่ได้!”
“เทียนเฉิน ช่างเถอะๆ พวกเราไปกันเถอะ ไปเถอะนะ…” หลัวเยี่ยนมีจิตใจดีงาม อย่างไรเสียที่นี่ก็เป็นบ้านหลักตระกูลเย่ ผู้อาวุโสก็อยู่ หากเกิดเกิดปัญหาขึ้