ู้สูงส่งคนนี้จะใช้ได้ไม่เลวเลยทีเดียว
แต่ตอนที่เย่เทียนเฉินเตรียมจะขยับตะเกียบ ฉีหรูเสวี่ยก็เข้ามาขวางไว้ในทันที พบว่าฉีหรูเสวี่ยทำหน้าบึ้งพร้อมๆ กับยิ้มอย่างชั่วร้าย ด้วยท่าทางน่ารักเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะดวงตาทั้งสองข้างซึ่งกำลังมองเย่เทียนเฉินอย่างดุดัน เธอกล่าวว่า “ที่ฉันทำอาหารมื้อนี้ก็เพื่อที่จะขอบคุณคุณป้าและน้องสาว ขอบคุณที่พวกยอมให้ฉันอยู่ มีแค่นายคนเดียวที่พยายามไล่ฉันไป ยังจะคิดมากินอาหารที่ฉันทำอีกเหรอ ไม่มีทาง!”
“นี่ ฉีหรูเสวี่ย เธอช่วยทำให้มันชัดเจนด้วย ที่นี่คือบ้านของฉัน ไม่ใช่บ้านของเธอ ฉันกินข้าวที่บ้านตัวเอง ยังต้องผ่านความเห็นชอบจากเธอด้วยเหรอไง?” เย่เทียนเฉินกล่าวถามอย่างหงุดหงิด
“พวกคุณคิดว่าไงคะ?” ฉีหรูเสวี่ยยิ้มอย่างชั่วร้าย มองไปยังแม่และน้องสาว
เย่เทียนเฉินหันไปมองแม่และน้องสาว พบว่าพวกเธอต่างก็กำลังพยักหน้าอยู่ เป็นความหมายว่ายืนอยู่ฝั่งเดียวกับฉัหรูเสวี่ยอย่างชัดเน ทำให้เย่เทียนเฉินโกรธจนเนื้อเต้น
“เป็นไงล่ะ? ถ้าหากนายเลือกที่จะขอโทษฉัน ฉันก็จะให้นายกิน” ฉีหรูเสวี่ยยิ้มหวานหยดย้อยอย่างชั่วร้ายพลางกล่าว
“ไม่มีทาง ฉันกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเอาก็ได้ ไม่กินอาหารที่เธอทำหรอก รสชาติต้องแย่แน่!”
อาหารมื้อนี้ ฉีหรูเสวี่ย หลัวเยี่ยนและเย่เชี่ยนเหวินสามคน กินอย่างมีความสุขตลอดหนึ่งชั่วโมงกว่า กินจนกระทั่งฟ้ามืดเวลาประมาณสองทุ่ม ส่วนเย่เทียนเฉินกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอ