ีตนอย่างลุงทั้งสองนี้ แม่งเป็นโศกนาฏกรรมของการได้เกิดใหม่จริงๆ
“ลูก ลูกไม่เป็นอะไรจริงๆใช่ไหม ทำไมสานีสันติบาลถึงได้ปล่อยลูกกล่ะ?” หลัวเยี่ยกล่าวถามด้วยความกังวลเล็กน้อย
“อ๋อ พวกเขาเข้าใจผิดหนะครับ ในเมื่อเรื่องมันไม่เกี่ยวกับผม ก็ต้องปล่อยผมอยู่แล้วล่ะ!” เย่เทียนเฉินตอบแม่ด้วยรอยยิ้ม
“เทียนเฉิน เรื่องตระกูลลั่ว…”
“แม่ครับ ผมบอกแล้วไงว่าผมจัดการได้ แม่ไม่ต้องห่วงหรอก วางใจเถอะ ตอนเย็นผมอยากกินบะหมี่คลุกซอส!” เย่เทียนเฉินกล่าวขัดคำพูดของผู้เป็นแม่ด้วยรอยยิ้ม
เพิ่งจะเดินไปถึงประตูบ้านหลังตระกูลเฉิน ยามสองคนนั้นที่ถูกเย่เทียนเฉินอัดจนหมดท่าก็ขวางเย่เทียนเฉินกับหลัวเยี่ยนเอาไว้อีกครั้ง พวกเขาไม่เห็นครอบครัวของเย่เทียนเฉินอยู่ในสายตาโดนสิ้นเชิง นี่เป็นคำสั่งของเย่มู่ไป๋และเย่เฮ่อกั๋วที่ให้พวกมันสร้างความลำบากใจให้ครอบครัวของเย่หงทุกครั้ง
“เย่เทียนเฉิน แกกล้าลงมือกับพวกเรา ไป ไปอธิบายกัยผู้อาวุโสซะ” ยามคนหนึ่งที่กุมท้องของตนเอง กล่าวขึ้นในขณะที่มองเย่เทียนเฉินอย่างดุร้าย
เปรี้ยง!
ยามผู้นั้นร้องโหยหวนในตอนที่ถูกเตะกระเด็นออกไป เขาชนเข้ากับประตูรั้ว ดิ้นรนอยู่ครู่หนึ่งก็ลุกไม่ขึ้นอีก ทำให้ยามอีกคนตกใจเสียจนหน้าซีด สั่นไปทั่วทั้งตัว บนหน้าผากปรากฏเหงื่อเย็นไหลเป็นสาย เขาคิดไม่ถึงว่าคนที่ตนเองมองว่าเป็นคนไม่เอาไหนมาตลอด ไอ้ขยะเย่เทียนเฉินคนนี้ ในปัจจุบันจร้ายกาจถึงขนาดนี้
“อย่าพูดว่าครอบครัว