กูลฉินก็จะกระโดดขึ้นสู่ตระกูลชั้นหนึ่ง ซึ่งตระกูลฉีก็จะได้รับผลประโยชน์ไปด้วย
ดังนั้นตระกูลฉีจึงรีบคิดหาวิธีที่จะถอนหมั้นกับตระกูลเย่ และคิดทุกวิถีทางในการเกี่ยวดองกับตระกูลฉินกลายเป็นพันธมิตรอย่างเหนียวแน่นเพื่อความรุ่งเรืองของตระกูล สิ่งที่ใครก็คิดไม่ถึงก็คือ ฉีหรูเสวี่ยจะดื้อรั้นขนาดนี้ ยอมออกจากบ้านแต่ไม่ยอมแต่งเข้าตระกูลฉิน
“ไม่ว่าจะยังไง การหมั้นหมายกับตระกูลฉินในเดือนหน้าต้องทำตามกำหนดการ รีบส่งคนไปตามหาหรูเสวี่ยให้เจอซะ เรื่องนี้ก็ไม่ใช่หรูเสวี่ยไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจเอง” ท่าทีของฉีหงเหว่ยนั้นแข็งกร้าวมาก ในสายตาของเขา การแต่งงานของลูกหลานมีไว้เพื่อการแลกเปลี่ยนทางการเมืองและการกลายเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่ง นี่เป็นเรื่องปกติ ส่วนจะมีหรือไม่มีคามรัก ไม่ใช่เรื่องสำคัญเลยแม้แต่น้อย
เวลานี้ เย่เทียนเฉินอยู่ในห้อง VIP ของภัตตาคารอาหารทะเลแห่งหนึ่งในเมืองหลวง มือทั้งสองกำลังวุ่นวายไม่หยุด กุ้งมังกรตัวใหญ่ หอยเป๋าฮื้อตัวใหญ่ ปูตัวใหญ่ เขากินอย่างตะกละตะกลาม ซูเฟยเฟยที่นั่งมองอยู่ฝั่งตรงข้าม และไม่ได้ขยับตะเกียบเลยสักนิด ตกตะลึงจนอ้าปากกว้าง คิดในใจว่าคนคนนี้เป็นถังข้าวหรือไง?
เย่เทียนเฉินไม่สนใจว่าซูเฟยเฟยจะมองอย่างไร และไม่จำเป็นต้องแสร้งทำเป็นสำรวมกริยาต่อหน้าสาวงาม อาหารทะเลดีๆ มื้อใหญ่แบบนี้ ไม่ว่าจะในโลกแห่งความวินาศหรือในโลกนี้ก็ล้วนแต่หากินได้ยาก ต่อให้มีเงินก็หากินได้ยากอยู่ดี