ที่ซูเฟยเฟยหามาได้ก็เพราะตระกูลซูของเธอเป็นลูกค้าประจำของที่นี่ และเป็นแขก VIP ระดับสูง
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป ระหว่างที่ซูเฟยเฟยตกตะลึงจนตาค้างอยู่นั้น เย่เทียนเฉินก็จัดการอาหารทะเลเต็มโต๊ะจนหมด เขาดื่มไวน์แดงไปแก้วหนึ่งอย่างพออกพอใจ ใช้กระดาษทิชชู่เช็ดที่มุมปาก เรอออกมาครั้งหนึ่ง จากนั้นก็ควักบุหรี่ออกมาจุดสูบด้วยตนเอง ก่อนจะลุกขึ้นยืนพลางกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า
“ขอบคุณคุณคนสวยที่ต้อนรับอย่างดี ผมยังมีธุระต้องทำ ขอตัวก่อนนะครับ ลาก่อน!”
พอกินเสร็จก็จากไป เกรงว่าจะมีคนอย่างเย่เทียนเฉินที่ทำออกมาได้ แต่ว่าในมุมมองของเขา หากไม่ใช่เพราะว่าอยากจะกินอาหารทะเลมื้อใหญ่มื้อนี้ คงไม่ยอมมากับซูเฟยเฟยเด็ดขาด เย่เทียนเฉินไม่มีความทรงจำอะไรเกี่ยวกับซูเฟยเฟยเลย ถ้าจะบอกว่ามีล่ะก็ งั้นก็เพิ่งจะมีขึ้นเมื่อสักครู่นี้เอง ผู้หญิงคนนี้สวยมาก ไม่เป็นรองหลิ่วหรูเหมยที่เป็นสาวงามอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวงเลย ทำไมเมื่อก่อนถึงไม่เคยได้ยินกัน?
“นี่ มีคนแบบนายด้วยเหรอ? กินเสร็จแล้วก็ไปเนี่ยนะ?” ซุเฟยเฟยได้สติกลับมา รู้สึกอับจนคำพูดกับเย่เทียนเฉินเป็นที่สุด
“หือ? กินเสร็จแล้วไม่ไป หรือว่ายังมีของหวานต่ออีก?” เย่เทียนเฉินชะงักไปครู่หนึ่งก่อนกล่าวถาม
“นาย…ไปตายซะ!”
ต่อให้ซูเฟยเฟยอารมณ์ดีกว่านี้ ตอนนี้ก็คงถูกคนที่ไม่รู้จักดูบรรยากาศอย่างเย่เทียนเฉินทำให้โมโหอยู่ดี เธอคว้ากล่องใส่กระดาษทิชชู่บนโต๊ะอาหารเขวี้ยงใส่เย่เทียน