ามฝืนลุกขึ้นแต่ก็ถูกเย่เทียนเฉินใช้เท้าเหยียบศีรษะเอาไว้
“สหายไว้ชีวิตด้วย ไว้ชีวิตด้วย พวกเราไม่มีความแค้นอะไรต่อกัน ทำไมอยู่ดีๆ ต้องทำร้ายด้วย?” พอหมีภูเขารู้ตัวว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเย่เทียนเฉิน จึงคิดจะแสร้งทำเป็นว่าไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร เพื่อให้เย่เทียนเฉินปล่อยตนไป
“ไม่มีความแค้นต่อกัน? เมื่อกี้แกซื้อตัวตำรวจสองคนนั่นให้ฆ่าฉันไม่ใช่หรือไง? ยังจะมาบอกว่าไม่มีความแค้นต่อกันอีกไหม?” เย่เทียนเฉินสูบบุหรี่ครั้งหนึ่งก่อนกล่าวด้วยรอยยิ้มเย็น
“แก…แกรู้ได้ไง?” หมีภูเขาตกใจจนหน้าถอดสี เขาเห็นเย่เทียนเฉินถูกขังอยู่ในห้องสอบสวน จากนั้นเขาก็พูดคุยกับตำรวจอันธพาลทั้งสองคนอยู่ด้านนอก แล้วเย่เทียนนเฉินรู้ได้อย่างไรกัน?
มุมปากของเย่เทียนเฉินประดับด้วยรอยยิ้มเย็น แม้ว่าพลังพิเศษของตนในตอนนี้จะอยู่ในระดับราชันย์ แต่หลังจากผ่านการฝึกฝนในหลายวันมานี้ ก็เริ่มค่อยๆ มีแนวโน้มในการทะลวงไปสู่ระดับจอมราชันย์ได้ ไม่เพียงแต่รับรู้สถานการณ์รอบๆ ตัวในระยะหนึ่งร้อยเมตรได้ ยังสามารถได้ยินเสียงสนทนาของผู้คนได้อีกด้วย ดังนั้นเย่เทียนเฉินจึงได้ยินการสนทนาระหว่างหมีภูเขาและตำรวจอันธพาลทั้งสองตั้งแต่แรกแล้ว พอออกมาเจอหมีภูเขาที่ยังรอฟังข่าวอยู่ ย่อมต้องใช้หมัดดูแลเสียหน่อย
“แกอย่ามาสนใจเลยว่าฉันรู้ได้ไง ฉันรู้แต่ว่ามือทั้งสองของแกหักแน่ๆ…”
“อย่า…อ้าก!”
ตูม! ตูม!
เสียงสองเสียงดังขึ้นเบาๆ เย่เทียนเฉินใช้เท้ากระทืบแ