่อซูเฟยเฟยเห็นว่าเย่เทียนเฉินเดินจากไป จึงกล่าวออกเสียงเบาอย่างหมดหวังในตอนสุดท้าย
“กินข้าวเที่ยงเหรอ กินอะไรดี? ไม่ได้กินอาหารทะเลตั้งนานแล้ว งั้นเลี้ยงอาหารทะเลฉันก็แล้วกัน!” ไม่ทันไร เย่เทียนเฉินก็โผล่มาข้างประตูรถสปอร์ตเฟอร์รารี่ของซูเฟยเฟยพลางหัวเราะฮี่ๆ ซูเฟยเฟยตกใจจนสะดุ้งโหยง
“นายจำได้แล้วเหรอ?” ซูเฟยเฟยที่ได้สติกลับมาก็ยิ้มหวานพลางกล่าวถาม
“จำได้หรือไม่ได้ไม่สำคัญ แต่เธอคิดแบบนี้ก็ดีแล้วล่ะ จุดสำคัญอยู่ที่ตอนนี้ไปกินข้าวกัน”
ไม่รอให้ซูเฟยเฟยเอ่ยปาก เย่เทียนเฉินก็เปิดประตูรถเฟอร์รารี่แล้วเข้ามานั่งเรียบร้อย รถสปอร์ตคันนี้ไม่เหมือนรถทั่วๆไป ความรู้สึกตอนที่นั่งนสุดยอดมาก ทว่าเย่เทียนเฉินยังจำซูเฟยเฟยไม่ได้จริงๆ เพียงแต่เมื่อได้ยินว่าซูเฟยเฟยจะเลี้ยงข้าว จะไม่กินก็เสียดายเปล่าๆ หลังจากที่ได้มาเกิดใหม่ในโลกนี้ ความสำราญใจอันดับหนึ่งของเย่เทียนเฉินก็คือการกิน ตอนที่อยู่ในโลกแห่งความวินาฬนั้นมีหลายครั้งที่ต้องกินเปลือกไม้และสัตว์ป่า ไม่มีอาหารเลิศรสให้กินเหมือนโลกนี้ ดังนั้นในสถานการณ์ปกติ เย่เทียนเฉินจะสามารถกินอาหารที่มีรสชาติไม่เลวได้เยอะ เติมเต็มกระเพาะของตนเอง
ซูเฟยเฟยโกรธเย่เทียนเฉินเสียจนหน้ากลายเป็นดำคล้ำ เธอคิดว่าตนเจอยอดบุรุษเข้าให้จริงๆ แล้ว คนคนนี้คงไม่ใช่คนโง่เง่าปัญญาอ่อนหรอกนะ ตอนที่เจอกับตนที่เป็นสาวงามที่สวยขนาดนี้อย่างตน ไม่สะทกสะท้านเลยสักนิดเหรอ? อีกทั้งยังจำ