มือกับตำรวจก็ถือว่าไม่ธรรมดาแล้ว ดังนั้นหลูเซิ่งต๋าต้องรับมืออย่างระมัดระวัง
“คุณก็คือผู้กำกับกองตำรวจสถานีตำรวจสันติบาลแห่งเมืองหลวงเหรอ?” เย่เทียนเฉิมถามด้วยเสียงทุ้มต่ำ
“ถูกแล้ว ถูกแล้ว ฉันคือหลูเซิ่งต๋า” หลูเซิ่งต๋ายังคงพูดด้วยรอยยิ้ม。
“ลูกน้องของคุณมีตำรวจเลวๆ อย่างสองคนนี้ ผมเตรียมจะจัดการพวกมันอยู่ โดยเฉพาะเจ้าหมอนี่ มันใช้ปืนจ่อหัวผม ถึงคราวตายของมันแล้ว” เย่เทียนเฉินเปิดกล่าวอย่างไม่แยแส
พอหลูเซิ่งต๋าได้ยินคำพูดของเย่เทียนเฉินก็ขมวดคิ้ว เมื่อสักครู่นี้เขาเพียงแค่แสดงออกถึงเกรงใจก็แค่นั้น คิดไม่ถึงว่าเย่เทียนเฉินจะแข็งกร้าวขนาดนี้ มาพูดว่าจะฆ่าตำรวจต่อหน้าผู้กำกับกองตำรวจสถานีตำรวจสันติบาลที่มีเกียรติอย่างเขา บ้านเมืองยังมีขื่อมีแปอยู่อีกหรือไม่?
“น้องเย่ ฉันรู้ว่าเธอเป็นคนของตระกูลเย่ แม้ตระกูลเย่ตกต่ำลงตั้งนานแล้ว แต่จะอย่างไรผู้อาวุโสตระกูลเย่ก็ยังคงมีชื่อเสียงอยู่บ้าง ดังนั้นฉันจึงไว้หน้าเธอ ตอนนี้เธอไปได้แล้ว!” หลูเซิ่งต๋ากล่าวด้วยใบหน้าเคร่งขรึม
“งั้นเหรอครับ? ผมไม่สนหรอก ผมรู้แต่ว่าใครมันกล้าเอาปืนมาจ่อหัวผม มันจะต้องตาย” เย่เทียนเฉินจ้องมองไปยังดวงตาของหลูเซิ่งต๋าพลางกล่าว
เย่เทียนเฉินไม่ได้มีความรู้สึกที่ดีอะไรต่อหลูเซิ่งต๋า แม้ว่าคนที่ลงมือกับตนเองจะเป็นตำรวจอันธพาลทั้งสอง แต่หากว่าไม่มีการเห็นชอบจากหลูเซิ่งต๋า พวกเขาจะกล้าทำเช่นนี้ได้เหรอ? พูดให้ฟังดูดีหน่อยก็คือ