ที่ได้ยินต้องสั่นสะท้าน
หลูเซิ่งต๋าและเย่เทียนเฉินต่างยืนนิ่งอยู่กับที่ เย่เทียนเฉินหันหลังให้หลูเซิ่งต๋า ส่วนมือขวาของหลูเซิ่งต๋าจับอยู่บนปืนพกข้างเอว เขาคิดจะลั่นไกยิงเย่เทียนเฉินทิ้ง แต่ไม่มีความกล้ามากพอ ก้นบึ้งจิตใจของเขาไม่มีความมั่นใจเลยแม้แต่น้อย เย่เทียนเฉินจะมีความกล้าบ้าบิ่นถึงขนาดฆ่าตนที่เป็นผู้กำกับกองตำรวจสถานีตำรวจสันติบาลแห่งเมืองหลวงหรือไม่
“ถ้าหากว่าคุณไม่มีอะไรจะพูดแล้ว ผมก็ขอตัวไปก่อน ไว้เจอกัน!” เย่เทียนเฉินเดิไปทางประตูห้องสอบสวนในขณะที่พูด
“หยุดนะ เย่เทียนเฉิน แกมันอวดดีเกินไปแล้ว กล้าฆ่าตำรวจในสถานีตำรวจ มีโทษประหาร ต่อให้แกเป็นคนของตระกูลเย่ ฉันก็สามารถยิงแกทิ้งที่นี่ได้ ฉันเชื่อว่าตระกูลเย่ทำอะไรฉันไม่ได้แน่…” หลูเซิ่งต๋าเอ่ยขึ้นอย่างดุร้าย
“หลูเซิ่งต๋า คุณทำให้มันชัดเจนหน่อยสิ ตำรวจเลวสองคนที่เป็นลูกน้องของคุณ จับผมมาที่สถานีตำรวจโดยไม่มีหลักฐาน แล้วยังบังคับให้ผมรับคดีอุกฉกรรจ์ที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงช่วงหนึ่งเดือนมานี้อีก นี่เป็นสถานีตำรวจสถานีตำรวจสันติบาลงั้นเหรอ? นี่เป็นท่าทีในการรักษากฏหมายของผู้กำกับหลูหรือครับ? ตกลงแล้วเป็นใครกันแน่ที่อวดดี? ผมคิดว่าคุณคงรู้ดียิ่งกว่าใคร!” เย่เทียนเฉินกล่าวเสียงเย็น
“ไม่ว่ายังไงก็ตาม แกก็ฆ่าตำรวจ ย่อมหนีไม่พ้นการลงโทษทางกฏหมายแน่ ฉันเตือนแกอย่าได้เดินไปข้างหน้าอีก ไม่งั้นฉันไม่รับรองว่าแกจะจะได้ออกไปจากที่นี่อย่างมี