ชีวิตหรือเปล่า”
หลูเซิ่งต๋าอยากจะชักปืนออกมายิงเย่เทียนเฉินจริงๆ คนคนนี้อวดดีเหลือเกิน กล้าฆ่าคนต่อหน้าผู้กำกับสถานีตำรวจสถานีตำรวจสันติบาลอย่างตน อีกทั้งคนที่ฆ่ายังเป็นตำรวจ นี่ต้องมีสภาวะกดดันคนมากขนาดไหนกัน?
ในความคิดของหลูเซิ่งต๋า ต่อให้เย่เทียนเฉินเก่งกว่านี้ ก็ไม่สามารถฆ่าตำรวจโดยที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ อีกอย่างตระกูลเย่ก็ตกต่ำมานานแล้ว อาศัยแค่ตำแหน่งฐานะของตนในตอนนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องเห็นตระกูลเย่อยู่ในสายตา
“อยากจะลั่นไกก็เร็วๆ หน่อย ผมกำลังยุ่ง!”
หลังจากเย่เทียนเฉินกล่าวจบก็เดินตรงไปด้านหน้า หลูเซิ่งต๋าโกรธจนดวงตาทั้งสองแดงก่ำ เจ้าเด็กนี่หยิ่งผยองเกินไปแล้ว เขาไม่เห็นตนที่เป็นผู้กำกับสำนักงานตำรวจสถานีตำรวจสันติบาลอยู่ในสายตาเลยสักนิดเดียว ฆ่าตำรวจในสถานีตำรวจ ไปแล้ว ยังอยากจะออกไปอย่างมีชีวิตอยู่อีก นี่มันไม่ได้เอาฮาใช่ไหม?
ตอนที่หลูเซิ่งต๋าทนไม่ไหวอยากจะชักปืนออกมายิงเย่เทียนเฉิน เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของเขาก็ดังขึ้น ทำลายภาวะที่กำลังชะงักงัน ส่วนเย่เทียนเฉินเองก็นิ่งชะงักอยู่กับที่ เขาอยากจะดูว่าจะใช่คนของหลี่เถียหรือตระกูลฉินหรือไม่ หากต้องการจัดการตระกูลฉิน ก็ต้องถอนรากถอนโคนเขี้ยวเล็บของตระกูลฉินก่อน หัวโจกของอิทธิพลใต้ดินอย่างหลี่เถียก็ต้องค่อยๆ เก็บกวาด
“ฮัลโหล ผมหลูเซิ่งต๋า คุณคือใคร?” หลูเซิ่งต๋ากล่าวถามเสียงเข้ม
“ผมเอง!” เสียงอันทรงพลังชายวัยกลางคนหนึ่งดังขึ้