นจากอีกฝั่งของโทรศัพท์
“ท่าน ท่านรัฐมนตรีเฉิน มีคำสั่งอะไรรึเปล่าครับ?” หลูเซิ่งต๋าคิดไม่ถึงว่าคนที่โทรหาตนจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีเฉินเซิง
“เย่เทียนเฉินอยู่กับคุณรึเปล่า?” เฉินเซิงถามขึ้น
“อยู่ครับ รัฐมนตรีเฉิน เรื่องนี้ผมกำลังคิดจะรายงานคุณอยู่พอดี เจ้าหมอนี่มัน…”
“ปล่อยเขาไปซะ อย่าสร้างความลำบากให้เขา!” เสียงของหลูเซิ่งต๋าถูกเฉินเซิงตัดบท ด้วยการออกคำสั่งให้ปล่อยเย่เทียนเฉินไป
“นี่…ท่านรัฐมนตรีเฉินครับ เย่เทียนเฉินฆ่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นลูกน้องของผม ปัญหาร้ายแรงมากนะครับ” หลูเซิ่งต๋ารีบรายงาน รู้สึกไม่อยากจะเชื่อว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะออกคำสั่งตนให้ปล่อยเย่เทียนเฉิน
“เรื่องนี้คุณไม่ต้องยุ่งแล้ว ปล่อยเขาไปซะ…อีกอย่างผมขอเตือนคุณไว้ว่าอย่าไปหาเรื่องเขา นี่เป็นความต้องการของตระกูลซู” พอเฉินเซิงพูดจบก็วางสายไป
หลังจากหลูเซิ่งต๋าวางโทรศัพท์ บนหน้าผากก็มีเหงื่อผุดขึ้นมา มองไปยังเย่เทียนเฉิน จะอย่างไรเขาก็คิดไม่ถึงว่า เฉินเซิง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะโทรหาตนเองเพื่อให้เขาปล่อยคน อีกอย่างยังบอกว่านี่เป็นความต้องการของตระกูลซูอีก ตระกูลซูมีความสำคัญในเมืองหลวงถึงขนาไหน หลูเซิ่งต๋าย่อมเข้าใจดี ตระกูลซูไปถึงขั้นที่ไม่มีใครในประเทศนี้กล้าหาเรื่องอีกแล้ว แต่กลับออกหน้าปกป้องเย่เทียนเฉิน ทำให้รู้สึกเหลือเชื่อ นี่มันเป็นไปได้อย่างไรกัน?
………………………………………………
[1]